สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา คือการหาคำตอบว่าพื้นที่ใหม่มีลูกค้าพอสำหรับสาขาถัดไปหรือไม่ ก่อนลงทุนค่าเช่า อุปกรณ์ และพนักงานเพิ่มทั้งชุด สาขาแรกขายดีไม่ได้รับประกันว่าสาขาใหม่จะขายดี และถ้าเลือกทำเลผิดก็ย้ายยาก
ข้อมูลบางส่วนหาเองได้จากหน่วยงานรัฐ บางส่วนต้องถามผู้บริโภคจริง ถ้าโครงการใหญ่พอที่ต้องมีรายงานประกอบการตัดสินใจ Crowdabout รับทำ Feasibility Study จากข้อมูลผู้บริโภคโดยตรง
สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา คืออะไร และต้องรู้อะไรบ้าง
สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา หมายถึง การหาคำตอบก่อนลงทุนว่าพื้นที่ใหม่มีลูกค้าพอสำหรับสาขาถัดไปหรือไม่ โดยต้องรู้สี่เรื่อง คือ ความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ คู่แข่งรอบทำเล กำลังซื้อและจำนวนประชากร รวมถึงต้นทุนกับจุดคุ้มทุนของสาขาใหม่ งานนี้เรียกรวมว่า market research และเมื่อทำเป็นรายงานเพื่อตัดสินใจลงทุนจะเรียกว่า Feasibility Study
- ความต้องการของลูกค้าในพื้นที่: มีคนที่ตรงกลุ่มเป้าหมายอยู่แถวนั้นจริงหรือไม่ และเขาจะมาใช้บริการหรือเปล่า
- คู่แข่งรอบทำเล: มีร้านประเภทเดียวกันกี่ราย และลูกค้าเลือกเขาเพราะอะไร
- กำลังซื้อและประชากร: คนในพื้นที่จ่ายได้เท่าไร และมีคนอยู่หรือผ่านพื้นที่นั้นมากแค่ไหน
- ต้นทุนและจุดคุ้มทุน: ค่าเช่า ค่าแรง และยอดขายขั้นต่ำที่สาขาต้องทำให้ถึง
ขยายสาขา ลูกค้าในพื้นที่ใหม่ต่างจากสาขาแรกอย่างไร
ลูกค้าของสาขาใหม่ต่างจากสาขาแรกได้ และยอดขายของสาขาแรกยืนยันความต้องการของพื้นที่ใหม่ไม่ได้ เพราะผู้บริโภคแต่ละพื้นที่มีกำลังซื้อ ไลฟ์สไตล์ และคู่แข่งรอบตัวไม่เหมือนกัน ธุรกิจที่ ขยายสาขา ไปยังจังหวัดอื่นยิ่งมีโอกาสเจอความต่างมาก จึงต้อง ศึกษาตลาดก่อนขยายสาขา ของพื้นที่ใหม่แยกต่างหาก
กำลังซื้อเป็นตัวอย่างที่เห็นง่ายที่สุด สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เก็บข้อมูลตลอดปี 2568 จากครัวเรือนตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ ในการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568 พบว่าครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 28,308 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 22,420 บาทต่อเดือน แต่เมื่อแยกรายพื้นที่ ตัวเลขต่างกันชัดเจน
| พื้นที่ (ปี 2568) | รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน (บาทต่อเดือน) | ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือน (บาทต่อเดือน) |
|---|---|---|
| ทั้งประเทศ | 28,308 | 22,420 |
| กรุงเทพมหานคร | 40,187 | 32,695 |
| ภาคเหนือ | 22,722 | 17,849 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 22,469 | 17,957 |
ที่มา: สสช. การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568 ตาราง ค.1 ค่าเฉลี่ยต่อครัวเรือน
ครัวเรือนในกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าภาคเหนือราว 1.8 เท่า (คำนวณจาก 32,695 หารด้วย 17,849 โดยผู้เขียน สสช. ไม่ได้ประกาศตัวเลขนี้) สาขาที่ออกแบบราคาและเมนูให้ลูกค้ากรุงเทพฯ จึงอาจไม่เหมาะกับพื้นที่ที่กำลังซื้อต่างออกไป
ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยของครัวเรือนทั้งพื้นที่ ไม่ได้แยกเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของร้านคุณ และรายได้สูงก็ไม่ได้แปลว่าร้านจะขายดี ตัวเลขรายจังหวัดมาจากกลุ่มตัวอย่าง จึงคลาดเคลื่อนได้มากกว่าตัวเลขทั้งประเทศ ใช้ดูภาพกว้างได้ แต่ไม่ควรเอาไปจัดอันดับจังหวัด
เลือกทำเลเปิดร้าน ดูอะไรบ้าง
เลือกทำเลเปิดร้าน ควรดูห้าเรื่อง คือ กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในรัศมีเดินทางมาถึง (เรียกว่า catchment area) คู่แข่งในพื้นที่ การเข้าถึงและที่จอดรถ ค่าเช่าเทียบกับยอดขายที่คาดไว้ และสัดส่วนคนที่เดินผ่านต่อคนที่ซื้อจริง ผู้ประกอบการมักประเมินสองข้อแรกด้วยการเดินดูเอง ทั้งที่ข้อมูลจากผู้บริโภคในพื้นที่ช่วยให้ วิเคราะห์ตลาดก่อนเปิดสาขา ได้แม่นขึ้น
วิจัยก่อนขยายสาขา ข้อมูลไหนหาเองได้ ข้อมูลไหนต้องถามผู้บริโภค
วิจัยก่อนขยายสาขา แบ่งข้อมูลได้เป็นสองกลุ่มที่หาด้วยวิธีต่างกัน และต้องใช้ทั้งสองกลุ่มจึงจะครบ
กลุ่มที่หาเองได้ คือข้อมูลสาธารณะ ได้แก่ กำลังซื้อรายจังหวัด จำนวนประชากร จำนวนธุรกิจในพื้นที่ และค่าเช่า
กลุ่มที่ต้องถามผู้บริโภค คือข้อมูลที่ไม่มีหน่วยงานไหนเก็บไว้ ได้แก่ ความตั้งใจใช้บริการ ระยะทางที่ยอมเดินทาง ราคาที่รับได้ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ในพื้นที่ใหม่
| สิ่งที่ต้องรู้ | หาเองได้หรือไม่ | หาจากไหน |
|---|---|---|
| กำลังซื้อของครัวเรือน | หาเองได้ ระดับจังหวัดและภาค | สสช. การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน |
| จำนวนประชากรในพื้นที่ | หาเองได้ แต่นับตามทะเบียนราษฎร์ ไม่ใช่คนที่มาใช้พื้นที่จริง | กรมการปกครอง ระบบสถิติทางการทะเบียน |
| จำนวนธุรกิจประเภทเดียวกัน | หาเองได้บางส่วน ร้านที่เปิดในนามบุคคลธรรมดาอาจไม่อยู่ในฐานข้อมูล | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD DataWarehouse+ และการเดินสำรวจ |
| ค่าเช่าและต้นทุนพื้นที่ | หาเองได้ | ประกาศให้เช่าและการสอบถามเจ้าของพื้นที่โดยตรง |
| กลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่แถวนั้นหรือไม่ | ต้องถามผู้บริโภค | แบบสอบถามกับคนในรัศมีของทำเล |
| ความตั้งใจใช้บริการและระยะที่ยอมเดินทาง | ต้องถามผู้บริโภค | แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ |
| ราคาที่รับได้ในพื้นที่ใหม่ | ต้องถามผู้บริโภค | แบบสอบถามที่ทดสอบระดับราคา |
| การรู้จักแบรนด์ในพื้นที่ใหม่ | ต้องถามผู้บริโภค | แบบสอบถามวัด Awareness |
ฝั่งข้อมูลสาธารณะ DBD DataWarehouse+ มีเมนูข้อมูลรายพื้นที่และข้อมูลประเภทธุรกิจให้ค้นฟรี ส่วนกรมการปกครองเปิดให้ดาวน์โหลดจำนวนประชากรรายอายุ ข้อจำกัดคือย่านที่คนมาทำงาน เรียน หรือท่องเที่ยวมาก จำนวนคนตามทะเบียนอาจต่ำกว่าคนที่มาใช้พื้นที่จริง
ฝั่งที่ต้องถามผู้บริโภคคือส่วนที่ทำให้ สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา ได้คำตอบที่ตัดสินใจได้จริง ทำได้ด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้เครื่องมือแบบไหน ดูเลือกเครื่องมือสำรวจตลาดออนไลน์ และถ้าสงสัยเรื่องจำนวนคนตอบ ดูเก็บแบบสอบถามกี่คนถึงพอ
ขยายสาขา ควรทำ Feasibility Study เองหรือจ้างบริษัทวิจัย
ควรทำเองเมื่อสาขาใหม่ลงทุนไม่สูงและคุณมีข้อมูลลูกค้าจากสาขาแรกครบ ควรจ้างเมื่อลงทุนสูง ย้ายไปจังหวัดหรือกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยขาย หรือเปิดหลายสาขาพร้อมกัน เพราะผิดพลาดครั้งเดียวคือค่าเช่า ค่าตกแต่ง และพนักงานของทุกสาขา
ไม่ว่าเลือกทางไหน สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา ก็ควรเสร็จก่อนเซ็นสัญญาเช่า ถ้าลังเลว่าอยู่ฝั่งไหน ลองตอบสามข้อนี้
- ถ้าเลือกทำเลผิด ธุรกิจเสียเงินเท่าไร และรับได้หรือไม่
- คุณมีข้อมูลลูกค้าของพื้นที่ใหม่อยู่แล้วหรือไม่ หรือมีแต่ข้อมูลจากพื้นที่เดิม
- คุณต้องนำผลไปตัดสินใจร่วมกับใคร เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ร่วมทุน หรือสถาบันการเงิน ถ้าใช่ รายงานที่มีที่มาของข้อมูลชัดเจนจะช่วยได้
ราคาและระยะเวลาขึ้นกับจำนวนทำเลที่ต้องเปรียบเทียบและขนาดกลุ่มตัวอย่าง ตัวอย่างจาก Crowdabout คือ Feasibility Study ราคาเริ่มต้นประมาณ 250,000 บาท ใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ ตามหน้าบริการ ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2026 อ่านรายละเอียดได้ที่ค่าจ้างวิจัยตลาดคิดจากอะไร และถ้าอยากรู้ว่ารายงานแบ่งเป็นกี่ด้าน ดูประเภทของ Feasibility Study ที่ต้องจ้างจริง
สำหรับบริการศึกษาความเป็นไปได้ของ Crowdabout เก็บข้อมูลจากผู้บริโภคจริงผ่านฐานผู้ตอบ Crowdster กว่า 200,000 คนทั่วประเทศ ครอบคลุม Demand Study ที่ถามว่าจะซื้อหรือไม่ ซื้อบ่อยแค่ไหน และที่ราคาเท่าไร รวมถึง Market Sizing ที่ประเมินขนาดตลาดเป้าหมาย
คำถามที่พบบ่อย
ขยายสาขาต้องทำ Feasibility Study ไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าสาขาใหม่ลงทุนไม่สูง อยู่ใกล้สาขาเดิม และคุณมีข้อมูลลูกค้าของสาขาแรกครบ วิจัยก่อนขยายสาขา ด้วยตัวเองก็พอ แต่ถ้าลงทุนสูง ย้ายไปจังหวัดหรือกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยขาย หรือเปิดหลายสาขาพร้อมกัน Feasibility Study ช่วยให้ตัดสินใจจากข้อมูลแทนความรู้สึก
เปิดสาขาที่ 2 ควรสำรวจตลาดใหม่หรือใช้ข้อมูลสาขาแรกได้เลย
ข้อมูลสาขาแรกใช้ได้กับเรื่องต้นทุนและพฤติกรรมของลูกค้าเดิม เช่น ยอดซื้อต่อบิลและสินค้าที่ขายดี แต่ใช้ยืนยันไม่ได้ว่าพื้นที่ใหม่มีลูกค้าพอ เพราะกำลังซื้อ คู่แข่ง และไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่ใหม่อาจต่างออกไป ควร ศึกษาตลาดก่อนขยายสาขา ของพื้นที่ใหม่แยกต่างหาก อย่างน้อยเรื่องกลุ่มเป้าหมายและคู่แข่ง
เลือกทำเลเปิดสาขาควรดูอะไรบ้าง
ดูห้าเรื่อง คือ กลุ่มเป้าหมายในรัศมีที่เดินทางมาถึง คู่แข่งในพื้นที่ การเข้าถึงและที่จอดรถ ค่าเช่าเทียบกับยอดขายที่คาดไว้ และสัดส่วนคนที่ผ่านต่อคนที่ซื้อจริง เกณฑ์สองข้อแรกควรตรวจกับผู้บริโภคในพื้นที่ ไม่ใช่ประเมินจากการเดินดูอย่างเดียว
ข้อมูลจาก สสช. หรือ DBD เพียงพอสำหรับเลือกทำเลหรือไม่
ไม่เพียงพอ ตารางของ สสช. ที่ใช้ในบทความนี้แสดงระดับจังหวัดและภาค ยังไม่ถึงระดับย่าน ข้อมูลประชากรของกรมการปกครองนับตามทะเบียนราษฎร์ ซึ่งอาจต่างจากจำนวนคนที่มาใช้พื้นที่จริง ข้อมูลเหล่านี้ใช้ดูภาพกว้างได้ ส่วนความตั้งใจใช้บริการและราคาที่รับได้ต้องถามผู้บริโภคโดยตรง
สรุป
สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา ให้ตอบสี่เรื่องคือ ความต้องการของลูกค้า คู่แข่ง กำลังซื้อ และต้นทุน แล้วเลือกทำเลจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ โดยใช้ข้อมูลสาธารณะดูภาพกว้าง และถามผู้บริโภคจริงในส่วนที่ไม่มีใครเก็บไว้ให้
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ: การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: DBD DataWarehouse+
- กรมการปกครอง: ระบบสถิติทางการทะเบียน
ก่อนเช่าที่และลงเงินสาขาใหม่ ลองถามผู้บริโภคก่อน
Crowdabout ช่วยหาคำตอบจากผู้บริโภคจริงว่าพื้นที่ใหม่มีความต้องการพอสำหรับสาขาของคุณหรือไม่ ก่อนที่คุณจะลงทุน