Social Listening คืออะไร ได้ข้อมูลอะไร ต่างจาก Survey อย่างไร

Table of Contents

ถ้าคุณอยากรู้ว่าลูกค้าพูดถึงแบรนด์ของคุณอย่างไรในที่ที่แบรนด์ไม่ได้ควบคุม ลองเริ่มจากฟังสิ่งที่คนโพสต์กันเองบนโซเชียล วิธีนี้เรียกว่า social listening ใช้หาประเด็นที่ยังไม่เคยรู้ได้ดี แต่บอกไม่ได้ว่าคนทั้งตลาดคิดอย่างไร บทความนี้แยกให้เห็นว่าได้ข้อมูลอะไร ตอบอะไรไม่ได้ และเมื่อไรควรใช้ survey ควบคู่กัน

Social Listening คืออะไร

Social listening คือ การรวบรวมโพสต์ คอมเมนต์ และรีวิวสาธารณะบนโซเชียลมาวิเคราะห์ว่าคนพูดถึงแบรนด์ สินค้า หรือหมวดสินค้าด้วยเรื่องอะไร ใช้คำอะไร และรู้สึกอย่างไร ข้อมูลมาจากสิ่งที่คนพูดกันเองโดยไม่มีใครตั้งคำถาม บางแห่งเรียกว่า social media listening หรือการฟังเสียงโซเชียล ความหมายเดียวกัน

Social Listening ต่างจาก Social Monitoring อย่างไร

Social monitoring คือการติดตามการกล่าวถึงแบรนด์ทีละข้อความเพื่อตอบกลับหรือแก้ปัญหาให้ทัน เช่น ลูกค้าโพสต์ร้องเรียนแล้วทีมดูแลลูกค้าเข้าไปตอบ ส่วนการฟังแบบ listening รวมข้อความจำนวนมากเข้าด้วยกัน เพื่อดูว่าเรื่องไหนถูกพูดซ้ำและเพราะอะไร ทั้งสองแบบใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้ ต่างกันตรงที่เอาไปตอบรายคนหรือเอาไปวางแผน

Social Listening ได้ข้อมูลอะไรบ้าง

ข้อมูลโซเชียลที่รวบรวมมาอย่างเป็นระบบบอกได้อย่างน้อยสี่เรื่อง

  • คนพูดถึงแบรนด์หรือหมวดสินค้าด้วยเรื่องอะไรบ้าง
  • คำที่คนใช้เรียกสินค้า ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับคำที่แบรนด์ใช้
  • ความรู้สึกต่อแบรนด์ว่าเป็นแง่บวก แง่ลบ หรือชมปนบ่น
  • กระแสหรือเรื่องที่เพิ่งเริ่มถูกพูดถึง

ตัวอย่างจากงานของ Crowdabout คือการเก็บข้อมูลจากกลุ่ม Facebook ด้านความงามที่เปิดให้สมาชิกถามและรีวิว ช่วงมกราคมถึงกันยายน 2026 รวม 7,865 บัญชี Facebook และ 929 โพสต์ ผู้ร่วมพูดคุยเป็นสมาชิกที่เลือกโพสต์เอง ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างที่สุ่มมา ผลคือคนเอ่ยชื่อคลินิกรวม 475 ชื่อ คลินิกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดได้ 9.6% ของเสียงทั้งหมด และ 10 อันดับแรกรวมกันได้ 38.5% จึงเห็นว่ายังไม่มีเจ้าไหนครองตลาดในกลุ่มนี้ เมื่อนับเฉพาะคนที่แสดงความเห็นต่อคลินิก 85.4% พูดในแง่บวก ส่วนในคลินิกที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ 3 เสียงขึ้นไป 129 แห่ง เสียงแง่บวกคิดเป็น 64.2% ของเสียงทั้งหมด ข้อมูลชุดนี้บอกได้ว่าคนชมและบ่นเรื่องอะไร แต่บอกไม่ได้ว่าคนที่ไม่โพสต์คิดอย่างไร อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ตัวอย่างข้อมูลจากกลุ่ม Facebook ความงาม

Social Listening เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

ผลจากการฟังเสียงโซเชียลเอาไปใช้ได้อย่างน้อยสี่งาน

  • หาประเด็นก่อนออกแบบ survey โดยเอาเรื่องที่คนชมหรือบ่นซ้ำ ๆ ไปเป็นหัวข้อคำถามและตัวเลือกคำตอบ
  • เลือกคำในโฆษณาและคอนเทนต์ให้ตรงกับคำที่คนใช้เรียกสินค้าจริง
  • เทียบว่าแบรนด์ของคุณกับคู่แข่งในหมวดเดียวกันถูกชมหรือถูกบ่นเรื่องอะไร
  • จับเรื่องที่เพิ่งเริ่มถูกพูดถึงก่อนจะกลายเป็นปัญหาหรือกระแส

การฟังเสียงโซเชียลเหมาะกับงานหาประเด็นและเตรียมคำถาม ถ้าต้องการสัดส่วนไปตัดสินใจ ให้ต่อด้วย survey

Social Listening ตอบอะไรไม่ได้

ข้อจำกัดของข้อมูลโซเชียลมีห้าข้อ และทุกข้อมีผลต่อการตัดสินใจ

คนที่ไม่โพสต์ไม่อยู่ในข้อมูล ข้อความจำนวนมากมาจากคนกลุ่มเล็กที่พูดบ่อย Pew Research Center สำรวจผู้ใหญ่สหรัฐฯ ที่ใช้ Twitter ในปี 2019 พบว่าผู้ใช้ที่ทวีตมากสุด 10% สร้างทวีตถึง 80% ของทั้งหมด ตัวเลขนี้เป็นของผู้ใช้ Twitter ในสหรัฐฯ ใช้แทนสัดส่วนของไทยไม่ได้ แต่แสดงให้เห็นว่าข้อความที่เห็นเยอะอาจมาจากคนไม่กี่กลุ่ม

จำนวนบัญชีไม่เท่ากับจำนวนคน DataReportal ประมาณว่าไทยมีผู้ใช้โซเชียล 56.6 ล้าน identities เมื่อเดือนตุลาคม 2025 คิดเป็น 79.1% ของประชากร และรายงานเตือนเองว่าตัวเลขนี้อาจไม่ใช่จำนวนคนที่ไม่ซ้ำกัน

ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ข้อความบนโซเชียลมักไม่บอกอายุ รายได้ หรือบอกไม่ได้ว่าเป็นลูกค้าจริงของแบรนด์หรือแค่ผ่านมาแสดงความเห็น

ไม่รู้เหตุผลลึกพอ และไม่รู้ว่าอ่านแล้วตัดสินใจซื้อหรือไม่ คอมเมนต์บอกว่าคนบ่นเรื่องอะไร แต่ไม่บอกว่าเรื่องนั้นทำให้เขาเปลี่ยนใจหรือไม่ ชุดข้อมูลความงามข้างต้นก็ไม่ได้วัดว่าคนที่อ่านรีวิวแล้วไปใช้บริการจริงกี่คน

เก็บไม่ได้ทุกที่ กลุ่มปิดและแชทส่วนตัวอยู่นอกขอบเขต แม้แพลตฟอร์มอย่าง LINE จะมีผู้ใช้จำนวนมาก แต่บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวและวิเคราะห์ไม่ได้

ตัวอย่างจากตลาดความงาม: การฟังเสียงโซเชียลให้ภาพอะไร

จากข้อมูลกลุ่ม Facebook ความงามชุดเดียวกัน การฟังเสียงโซเชียลทำให้เห็นเหตุผลที่คนชมและคนบ่น เรื่องที่คนชมมากที่สุดคือเห็นผลจริง รองลงมาคือราคาคุ้ม ฝีมือหมอ และการไม่มีเซลล์ตามขายคอร์ส ส่วนเรื่องที่คนบ่นมากที่สุดคือทำแล้วไม่เห็นผล ตามด้วยรอนาน บริการแย่ ไม่มีหมอประเมินก่อนทำ แพง และโดนขายคอร์ส คลินิกที่อ่านผลนี้จะรู้ว่าควรแก้ที่ผลลัพธ์ บริการหน้างาน หรือวิธีขาย ซึ่งต้องแก้คนละจุด

ก่อนนับ Crowdabout ตั้งกติกาว่าหนึ่งเสียงคือหนึ่งบัญชีต่อหนึ่งคลินิก และตัดคอมเมนต์ที่เข้าข่ายโฆษณาแฝงหรือหน้าม้าออกราว 2.2% ของคอมเมนต์ทั้งหมด งานส่วนนี้ทำให้ตัวเลขอ่านตรงได้ ถ้าไม่ตัด เสียงจากฝั่งคลินิกเองจะปนอยู่ในคำชม

Social Listening ต่างจาก Survey อย่างไร

การฟังเสียงโซเชียลให้ประเด็นและเหตุผลที่คนพูดเอง ส่วน survey ให้สัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายที่ตอบคำถามเดียวกัน ทั้งสองวิธีตอบคำถามคนละแบบ

ฟังเสียงโซเชียล Survey
ข้อมูลมาจาก สิ่งที่คนโพสต์เองโดยไม่มีใครถาม คำตอบของคนที่ถูกคัดเลือก ถามด้วยคำถามชุดเดียวกัน
ใครอยู่ในข้อมูล เฉพาะคนที่โพสต์ในที่สาธารณะ กลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนด
บอกสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่ ไม่ได้ ได้ ถ้าออกแบบกลุ่มตัวอย่างมาดี
ได้ประเด็นที่ไม่เคยคิดมาก่อนหรือไม่ ได้ ได้น้อยกว่า เพราะต้องมีข้อถามรองรับ
เหมาะตอน สำรวจประเด็นใหม่ ดูเสียงในหมวดสินค้า ยืนยันตัวเลข เทียบกลุ่ม ตัดสินใจลงงบ

จากชุดข้อมูลความงาม โซเชียลทำให้เห็นว่าคนบ่นเรื่อง “ไม่มีหมอประเมินก่อนทำ” แต่ถ้าอยากรู้ว่าคนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ต้องใช้การสำรวจ ซึ่งมีวิธีทำตามวิธีทำแบบสำรวจออนไลน์ และต้องกำหนดจำนวนผู้ตอบที่ควรเก็บ ให้พอสำหรับการแยกกลุ่ม ถ้าสนใจเรื่องการวัดการรู้จักแบรนด์โดยเฉพาะ ดูต่อที่ วัด brand awareness ด้วย survey เทียบกับข้อมูลโซเชียล

ทำเองหรือให้ทีมวิจัยช่วยฟังเสียงโซเชียล

ทำเองได้เมื่อ คุณแค่เฝ้าดูชื่อแบรนด์ของตัวเอง ว่ามีใครพูดถึงและต้องตอบเรื่องอะไรบ้าง งานแบบนี้ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปและคนในทีมที่ดูแลเพจได้

ควรให้ทีมวิจัยช่วยเมื่อ ต้องการสรุปเป็นภาพของทั้งตลาด เทียบหลายแบรนด์ หรือเอาผลไปประกอบการตัดสินใจลงงบ Crowdabout ทำ social listening เป็นส่วนหนึ่งของงาน Customer Insight โดยตั้งกติกานับให้ชัด (หนึ่งเสียงคือหนึ่งบัญชีต่อหนึ่งแบรนด์) ตัดโฆษณาแฝงก่อนนับ จัดหมวดคำชมกับคำบ่น แล้วต่อด้วย survey เมื่อต้องการสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมาย ในชุดข้อมูลความงามข้างต้น ส่วนที่ต้องใช้วิจารณญาณมากที่สุดคือกติกานับและการจัดหมวดคำชมกับคำบ่น การดึงข้อมูลเป็นส่วนที่ทำได้ด้วยเครื่องมือ

ถามตัวเองสามข้อก่อนตัดสินใจ

  1. คุณอยากรู้ว่าใครพูดอะไร หรืออยากรู้สัดส่วนของกลุ่มเป้าหมาย
  2. ต้องเทียบกับคู่แข่งหรือไม่
  3. ต้องการตัวเลขไปขอจัดสรรงบหรือไม่

ถ้าข้อ 1 ตอบว่าอยากรู้สัดส่วน หรือข้อ 3 ตอบว่าต้องการตัวเลข แปลว่าต้องมี survey ด้วย ค่าใช้จ่ายและเวลาขึ้นกับจำนวนแพลตฟอร์ม ช่วงเวลาที่เก็บ และจำนวนแบรนด์ที่เทียบ ทีมช่วยประเมินให้ได้ทาง LINE ก่อนเริ่มงาน และถ้าต้องการต่อด้วยการถามกลุ่มเป้าหมายจริง ทีมช่วยได้ผ่านบริการวิจัย customer insight

คำถามที่พบบ่อย

social listening คืออะไร

Social listening หรือการฟังเสียงโซเชียล คือการรวบรวมโพสต์ คอมเมนต์ และรีวิวสาธารณะมาวิเคราะห์ว่าคนพูดถึงแบรนด์หรือสินค้าด้วยเรื่องอะไรและรู้สึกอย่างไร ข้อมูลมาจากสิ่งที่คนพูดกันเอง ไม่ได้มาจากการตั้งคำถามให้ตอบ จึงเหมาะกับการหาประเด็นที่แบรนด์ยังไม่เคยรู้

social listening กับ social monitoring ต่างกันอย่างไร

Social monitoring ติดตามการกล่าวถึงแบรนด์ทีละข้อความเพื่อตอบกลับหรือแก้ปัญหาให้ทัน ส่วนการฟังเสียงโซเชียลรวมข้อความจำนวนมากเพื่อหาแบบแผนและเหตุผลเบื้องหลัง ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้ ต่างกันที่เอาไปตอบรายคนหรือเอาไปวางแผน

การฟังเสียงโซเชียลต่างจาก survey อย่างไร

การฟังเสียงโซเชียลเก็บสิ่งที่คนโพสต์เองโดยไม่มีใครถาม จึงได้ประเด็นใหม่ แต่มีเฉพาะคนที่ออกมาพูด ส่วน survey ถามคนในกลุ่มเป้าหมายด้วยคำถามชุดเดียวกัน จึงบอกสัดส่วนได้ ใช้โซเชียลหาประเด็น แล้วใช้ survey ยืนยันว่าประเด็นนั้นใหญ่แค่ไหน

เครื่องมือฟังเสียงโซเชียลมีอะไรบ้าง และเลือกอย่างไร

ให้เลือกจากเกณฑ์มากกว่าชื่อเครื่องมือ ดูว่าครอบคลุมแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายใช้จริง อ่านข้อความภาษาไทยได้ถูกต้อง เปิดให้เห็นข้อความต้นฉบับ ไม่ใช่แค่กราฟสรุป และตัดโฆษณาแฝงได้ ควรลองกับข้อความจริงของแบรนด์คุณก่อนตัดสินใจ

ฟังเสียงโซเชียลอย่างเดียวพอหรือไม่

ไม่พอถ้าคุณต้องการตัวเลขไปตัดสินใจลงงบหรือเทียบกลุ่มลูกค้า เพราะข้อมูลโซเชียลมีเฉพาะคนที่โพสต์ และไม่บอกอายุหรือรายได้ แต่พอถ้าเป้าหมายเป็นการเฝ้าดูชื่อแบรนด์และจับประเด็นที่กำลังเกิดขึ้น

สรุป

Social listening บอกได้ว่าคนที่โพสต์พูดถึงเรื่องอะไรและรู้สึกอย่างไร แต่บอกไม่ได้ว่าคนทั้งตลาดคิดอย่างไร ให้ใช้โซเชียลหาประเด็นที่ยังไม่รู้ แล้วใช้ survey ยืนยันว่าประเด็นนั้นใหญ่แค่ไหนในกลุ่มเป้าหมาย

แหล่งอ้างอิง

อยากรู้ว่าประเด็นที่คนพูดบนโซเชียลใหญ่แค่ไหนในกลุ่มเป้าหมายของคุณ

Crowdabout ช่วยออกแบบการสำรวจเพื่อยืนยันประเด็นที่คุณเจอ และบอกได้ว่าควรเก็บข้อมูลจากใครและกี่คน

ปรึกษาฟรี ผ่าน LINE @Crowdabout

Facebook
Email
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา ต้องดูอะไรบ้าง และเลือกทำเลอย่างไร

Social Listening คืออะไร ได้ข้อมูลอะไร ต่างจาก Survey อย่างไร

Customer Segmentation คืออะไร และแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างไร

Brand Awareness คืออะไร และวัดอย่างไรให้ได้ตัวเลขจริง

Brand Awareness คืออะไร และวัดอย่างไรให้ได้ตัวเลขจริง

Market Size คืออะไร และวิธีคำนวณขนาดตลาด ด้วย TAM SAM SOM

Market Size คืออะไร และวิธีคำนวณขนาดตลาด ด้วย TAM SAM SOM

ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) เปลี่ยนแบรนด์ง่ายแค่ไหน

ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ผู้บริโภคเปลี่ยนแบรนด์ง่ายแค่ไหน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ

เล่าโจทย์ให้เราฟัง เราจะออกแบบงานวิจัยที่ตอบเป้าหมายธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ