ข้อมูลเชิงคุณภาพ: สัมภาษณ์เชิงลึก หรือ Focus Group ควรเลือกใช้อย่างไร

Table of Contents

ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ คำพูด เหตุผล และเรื่องเล่าของคนที่ใช้ตอบว่าทำไมเขาถึงคิดหรือทำแบบนั้น วิธีเก็บที่ใช้บ่อยมีสองแบบ คือ in-depth interview ที่คุยทีละคน กับ focus group ที่รวมหลายคนมาคุยหัวข้อเดียวกันพร้อมกัน

บทความนี้เทียบสองวิธีจากตำราระเบียบวิธีวิจัยและงานทดลองที่เผยแพร่แล้ว พร้อมตารางเลือกตามสามสถานการณ์ที่ Brand manager และ Research manager เจอบ่อย ถ้ายังไม่แน่ใจว่าโจทย์ของคุณควรใช้วิธีเชิงคุณภาพหรือไม่ ให้ดูเปรียบเทียบวิธีเก็บ customer insightก่อน

ข้อมูลเชิงคุณภาพ คืออะไร

ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ข้อมูลที่อธิบายเหตุผล ความรู้สึก และประสบการณ์ของคน ในรูปคำพูด ข้อความ หรือบันทึกการสังเกต แทนที่จะเป็นตัวเลขให้นับ เช่น เหตุผลที่คนเลือกแบรนด์หนึ่งแทนอีกแบรนด์ หรือความรู้สึกแรกตอนเห็นแพ็กเกจใหม่ ข้อมูลแบบนี้ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการสังเกตพฤติกรรม

ตัวเลขบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนวิธีเชิงคุณภาพตอบได้ว่าทำไม Nielsen Norman Group ยกตัวอย่างจากงานทดสอบการใช้งานว่า ตัวเลขอย่างอัตราที่ทำงานสำเร็จบอกได้ว่าการออกแบบอาจใช้ยาก แต่ไม่ได้บอกว่าผู้ใช้เจอปัญหาอะไร ส่วนวิธีเชิงคุณภาพให้ผู้วิจัยเห็นปัญหาตรงหน้าและถามต่อได้ทันที (Budiu, 2017) ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือนับว่ากี่คนเป็นแบบนั้น ให้ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ

In-depth Interview vs Focus Group ต่างกันยังไง เลือกอันไหน

ทั้งสองวิธีให้ ข้อมูลเชิงคุณภาพ แต่ได้มาคนละแบบ Focus group หรือการสนทนากลุ่ม คุยกับหลายคนพร้อมกัน จึงเห็นปฏิกิริยาที่คนในกลุ่มมีต่อกัน เหมาะกับการทดสอบไอเดีย โฆษณา และแพ็กเกจ ส่วน in-depth interview หรือ สัมภาษณ์เชิงลึก คุยทีละคน เหมาะกับหัวข้อที่ละเอียดอ่อน หรือผู้ให้ข้อมูลที่นัดมารวมกลุ่มได้ยาก เช่น ผู้เชี่ยวชาญ Crowdabout รับทำทั้งสองแบบ และช่วยเลือกให้ตรงกับโจทย์ของแบรนด์

Focus group: ผู้ร่วมสนทนากลุ่มละ 6-10 คนคุยกันตามหัวข้อที่ผู้วิจัยตั้ง ตามตำราของ Gibbs (University of Surrey, 1997) จุดที่ทำให้ต่างจากวิธีอื่นคือข้อมูลที่เกิดจากการโต้ตอบกันของผู้ร่วมสนทนา

In-depth interview: ผู้วิจัยคุยกับผู้ให้ข้อมูลทีละคนเพื่อเก็บทัศนคติ ความรู้สึก และเหตุผลของคนนั้นโดยตรง Gibbs (1997) ระบุว่าผู้วิจัยคุมการสัมภาษณ์รายคนได้ง่ายกว่าการคุมกลุ่ม ซึ่งผู้ร่วมสนทนาอาจเป็นฝ่ายนำเอง

สัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) คืออะไร

สัมภาษณ์เชิงลึก หรือ in-depth interview คือการคุยตัวต่อตัวระหว่างผู้วิจัยกับผู้ให้ข้อมูลหนึ่งคน โดยใช้แนวคำถามที่เตรียมไว้ และถามต่อตามคำตอบเพื่อเจาะเหตุผล ความรู้สึก และประสบการณ์ของคนนั้น ข้อมูลที่ได้เป็น ข้อมูลเชิงคุณภาพ ที่ลงลึกรายบุคคล ต่างจากตัวเลขในแบบสอบถามที่ตอบได้ว่ากี่คนเลือกอะไร

ในทางปฏิบัติ วิธีนี้เหมาะเมื่อหัวข้อเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเสี่ยงถูกตัดสิน เมื่อผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ตารางว่างไม่ตรงกัน หรือเมื่ออยากไล่ขั้นตอนการตัดสินใจของแต่ละคนอย่างละเอียด ข้อเสียคือต้องคุยหลายรอบกว่าจะครบจำนวนคน และไม่เห็นว่าคนที่เห็นต่างกันจะโต้ตอบกันอย่างไร

การสนทนากลุ่ม (Focus Group) คืออะไร

การสนทนากลุ่ม หรือ focus group คือการรวมผู้ร่วมสนทนาที่คัดไว้มาคุยหัวข้อเดียวกัน โดยมีผู้ดำเนินการสนทนา (moderator) คอยนำ ผู้วิจัยได้เห็นทั้งความเห็น ภาษาที่ใช้ และการที่คนในกลุ่มเห็นด้วยหรือแย้งกัน ซึ่งการสัมภาษณ์ทีละคนให้ไม่ได้ Gibbs (1997) ระบุว่า focus group อยู่ในงานวิจัยการตลาดมานาน

ข้อจำกัดที่ตำราระบุไว้ (Gibbs, 1997) มีดังนี้

  • แยกความเห็นรายบุคคลออกจากความเห็นของกลุ่มได้ยาก
  • ผู้วิจัยคุมข้อมูลได้น้อยกว่าการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว
  • ไม่เป็นความลับต่อคนอื่นในกลุ่ม
  • นัดหมายผู้ร่วมสนทนาและหาสถานที่ที่บันทึกเสียงได้ยากกว่า

ตัวอย่างจากงานแบรนด์ ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ในไทยรายหนึ่งมีตัวเลขยอดขายที่บอกว่า SKU ไหนขายไม่ดี แต่ไม่รู้ว่าติดที่สูตร ราคา หรือการสื่อสาร Crowdabout จึงใช้การสนทนากลุ่มทดสอบแบบปิดฉลาก เพื่อเก็บ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ควบคู่กับคะแนน โดยถามเหตุผลทุกครั้งที่คะแนนสูงหรือต่ำผิดจากตัวอื่น เพราะคะแนนอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าต้องแก้ที่อะไร อ่านโจทย์และวิธีทำได้ในกรณีศึกษาทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารกับผู้บริโภคจริง

ควรเลือก In-depth Interview หรือ Focus Group เมื่อไหร่

เลือก focus group เมื่ออยากเห็นปฏิกิริยาของคนในกลุ่ม และเลือก in-depth interview เมื่อหัวข้อละเอียดอ่อนหรือกลุ่มเป้าหมายมารวมกันได้ยาก ตารางนี้สรุปสามสถานการณ์ที่แบรนด์เจอบ่อยเวลาเลือกวิธีเชิงคุณภาพ

สถานการณ์ เลือกอันไหน เพราะอะไร
ต้องการเห็นปฏิกิริยากลุ่ม เช่น ทดสอบไอเดีย โฆษณา หรือแพ็กเกจ Focus group ข้อมูลเกิดจากการที่คนในกลุ่มโต้ตอบกันเอง จึงเห็นว่าใครเห็นด้วย ใครแย้ง และกลุ่มพูดถึงสินค้าด้วยภาษาแบบไหน (Gibbs, 1997)
หัวข้อละเอียดอ่อน สัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวมากหรือเสี่ยงถูกตัดสิน การสนทนากลุ่มไม่เป็นความลับต่อคนอื่นในกลุ่ม และตำราแนะนำสัมภาษณ์รายคนสำหรับข้อมูลส่วนตัว (Gibbs, 1997)
กลุ่มเป้าหมายหายาก สัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) การนัดหลายคนให้ว่างพร้อมกันยากกว่านัดทีละคน ตำราของ Gibbs (1997) ระบุว่า focus group นัดหมายและหาสถานที่ได้ยาก ส่วนข้อสรุปว่ากลุ่มหายากควรใช้สัมภาษณ์รายคนเป็นข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อสรุปจากตำรา

หัวข้อละเอียดอ่อนยังมีข้อยกเว้น งานของ Guest และคณะ (2017) ในสหรัฐฯ สุ่มผู้ร่วมวิจัย 350 คนเข้ากลุ่มสนทนาหรือสัมภาษณ์รายคน พบว่าการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวบางประเภทเกิดในกลุ่มบ่อยกว่า และไม่มีประเด็นอ่อนไหวใดที่เกิดบ่อยกว่าในสัมภาษณ์รายคน

งานของ Wutich และคณะ (2010) กับผู้ตัดสินใจเรื่องน้ำ 55 คนในสหรัฐฯ เทียบการสนทนากลุ่มกับแบบสอบถามปลายเปิดที่ตอบรายคน พบว่าในหัวข้อที่อ่อนไหวมากและเสี่ยงถูกตีตรา คนเล่าในกลุ่มน้อยกว่า แต่ถ้ามีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญหรือแก้ปัญหาเร่งด่วนร่วมกัน คนเล่าในกลุ่มมากกว่า ตีความจากงานเหล่านี้ได้ว่า ถ้าเป็นประสบการณ์ที่คนในกลุ่มมีร่วมกัน การสนทนากลุ่มอาจช่วยให้เขากล้าเล่า แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ ให้คุยทีละคน

Crowdabout ทำทั้งสองแบบภายใต้งาน Customer Insight ถ้าคุณยังเลือกไม่ได้ ทีมช่วยเลือกตามโจทย์ได้ตั้งแต่ขั้นตั้งคำถามวิจัย ดูขอบเขตบริการได้ที่ รับทำ customer insight

In-depth Interview กับ Focus Group ใช้เวลาและงบต่างกันอย่างไร

เวลาและงบของงานวิจัยเชิงคุณภาพขึ้นกับโจทย์ จึงไม่มีราคากลางที่ใช้ได้กับทุกงาน ปัจจัยที่กำหนดต้นทุนมีดังนี้

  • จำนวนกลุ่มหรือจำนวนคนที่ต้องคุยจนได้คำตอบครบ
  • ความยากในการหาผู้ร่วมวิจัยที่ตรงคุณสมบัติ ซึ่ง Gibbs (1997) ระบุว่าการสรรหาใช้เวลา โดยเฉพาะหัวข้อที่ผู้ร่วมวิจัยไม่ได้ประโยชน์โดยตรง
  • สถานที่และอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือวิดีโอ
  • ของตอบแทนผู้ร่วมวิจัย ซึ่ง Gibbs (1997) ระบุว่ามักต้องมี

การเทียบต้นทุนยังขึ้นกับว่านับต่อรอบหรือต่อคน งานของ Guest และคณะ (2017) พบว่าต่อหนึ่งรอบเก็บข้อมูล กลุ่มกับสัมภาษณ์รายคนได้รายการไอเดียไม่ซ้ำใกล้เคียงกัน แต่เมื่อนับต่อคน สัมภาษณ์รายคนให้ความหลากหลายของไอเดียมากกว่า ถ้าอยากได้ขอบเขตและงบสำหรับโจทย์ของคุณ ส่งหัวข้อกับกลุ่มเป้าหมายให้ ปรึกษาทีมวิจัย ประเมินได้

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลเชิงคุณภาพ มีอะไรบ้าง

ข้อมูลที่แบรนด์เก็บบ่อยคือเหตุผลและความรู้สึกที่คนเล่าในการสัมภาษณ์เชิงลึก ความเห็นและภาษาที่คนในกลุ่มใช้พูดถึงสินค้าในการสนทนากลุ่ม และบันทึกการสังเกตว่าคนทำอะไรตอนใช้สินค้าหรือบริการ (Budiu, 2017) ข้อมูลเหล่านี้ใช้ตอบว่าทำไม ส่วนคำถามว่ากี่คนเป็นแบบนั้น ต้องใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ

Focus group กับ in-depth interview ต่างกันยังไง ควรเลือกอันไหน

In-depth interview คุยกับผู้ให้ข้อมูลทีละคน ได้ความเห็นและเหตุผลของแต่ละคนโดยตรง ส่วน focus group รวมผู้ร่วมสนทนากลุ่มละ 6-10 คนตามที่ตำราของ Gibbs (1997) แนะนำ และได้ข้อมูลจากการที่ผู้ร่วมสนทนาโต้ตอบกัน เลือก focus group เมื่ออยากเห็นปฏิกิริยากลุ่ม และเลือก in-depth interview เมื่อต้องการความลึกรายคน

หัวข้อละเอียดอ่อนควรใช้ focus group หรือ in-depth interview

ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวมากหรือเสี่ยงถูกตัดสิน ควรเริ่มที่ in-depth interview เพราะ focus group ไม่เป็นความลับต่อคนอื่นในกลุ่ม (Gibbs, 1997) แต่งานทดลองยังไม่ได้ข้อสรุปว่าสัมภาษณ์รายคนดีกว่าทุกกรณี ถ้าเป็นประสบการณ์ที่คนในกลุ่มมีร่วมกัน การสนทนากลุ่มอาจช่วยให้คนกล้าเล่า (Guest และคณะ, 2017)

ถ้าหากลุ่มเป้าหมายยาก ควรใช้วิธีไหน

ในทางปฏิบัติ ควรเริ่มที่ in-depth interview เพราะไม่ต้องนัดหลายคนให้ว่างพร้อมกัน ตำราของ Gibbs (1997) ระบุว่า focus group นัดผู้ร่วมสนทนาและหาสถานที่ได้ยาก ข้อนี้เป็นข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ผลการทดลอง

ทำทั้งสองวิธีร่วมกันได้ไหม

ได้ Gibbs (1997) ระบุว่า focus group ใช้เป็นวิธีเดี่ยว หรือใช้เสริมวิธีอื่นก็ได้ ส่วน Wutich และคณะ (2010) ที่ศึกษาผู้ตัดสินใจเรื่องน้ำในสหรัฐฯ เสนอให้ใช้ทั้งรูปแบบกลุ่มและรายบุคคลร่วมกัน แบรนด์อาจเริ่มจากการสนทนากลุ่มเพื่อดูภาพกว้างของประเด็น แล้วสัมภาษณ์รายคนเพื่อเจาะประเด็นที่ต้องการเหตุผลลึก

สรุป

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ที่ตอบว่าทำไมคนถึงคิดแบบนั้น เก็บได้ด้วย focus group เมื่ออยากเห็นปฏิกิริยากลุ่ม หรือ in-depth interview เมื่อเรื่องที่ถามละเอียดอ่อนหรือกลุ่มเป้าหมายหายาก และใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันในโครงการเดียวได้

แหล่งอ้างอิง

ยังเลือกไม่ได้ว่าจะคุยทีละคนหรือคุยเป็นกลุ่ม?

Crowdabout ทำทั้งการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์ทีละคน และช่วยเลือกวิธีที่ตรงกับโจทย์ของแบรนด์คุณ

ปรึกษาฟรี ผ่าน LINE @Crowdabout

Facebook
Email
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

Brand Health Check คืออะไร ต่างกับ Brand Tracking อย่างไร

Brand Health Check คืออะไร ต่างกับ Brand Tracking อย่างไร

ข้อมูลเชิงคุณภาพ: สัมภาษณ์เชิงลึก หรือ Focus Group ควรเลือกใช้อย่างไร

ราคาวิจัยตลาด ค่าจ้างคิดจากอะไร และประเภทบริษัทวิจัยในไทย

fmcg คือ

FMCG คือ อะไร? ความหมาย ตัวอย่างสินค้า และตลาดไทย

ทดสอบไอเดียสินค้าใหม่ก่อนลงทุน ลองขายเองหรือจ้างวิจัย

Online Panel

Online Survey กับ Online Panel ต่างกันยังไง และธุรกิจควรเลือกแบบไหน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ

เล่าโจทย์ให้เราฟัง เราจะออกแบบงานวิจัยที่ตอบเป้าหมายธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ