แข่งขันในตลาด Beauty Product Skincare อย่างไรโดยไม่ต้องใช้ซุปตาร์

Beauty Product

Table of Contents

แข่งขันในตลาด Beauty Product Skincare อย่างไรโดยไม่ต้องใช้ซุปตาร์

Beauty Product หรือธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตลาดสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงเป็นอันดับต้น ๆ และแน่นอนว่าต้องมีการแข่งขันทางการตลาดสูงเพราะบริษัทใหญ่ ๆ มีจุดแข็งมากมายยากที่จะเอาชนะได้ หนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เป็นที่นิยมและดึงดูดลูกค้าให้ทดลองใช้สินค้าคือการใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นดาราเข้ามาทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แล้วถ้าเราเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่ไม่มีทุนมากพอจะจ้างดาราดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ จะทำอย่างไร วันนี้ Crowdabout ลองเอาวิธีการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและขายดี โดยไม่ต้องใช้ซุปตาร์สักคนมานำเสนอ

1. สื่อสารที่ตัวผลิตภัณฑ์ โดยเน้นที่คุณสมบัติพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม

หากมีผลิตภัณฑ์หนึ่งอย่างที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้เราโดยเฉพาะได้ คงยากที่เราจะไม่จดจำแบรนด์และแนะนำบอกต่อ การเจาะที่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แล้วสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าที่น่าจะมีปัญหาผิวที่ผลิตภัณฑ์ของเราจะช่วยแก้ได้ เป็นหนึ่งในการทำ Personalize Marketing ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เพราะในทางปฏิบัติแล้วสามารถสร้าง Brand Awareness ที่เฉียบคมและเข้าถึงกลุ่มบุคคลย่อยได้ละเอียดลึก มากกว่าการใช้ Mass Media ด้วยวิธียอดฮิตอย่างการจ้างซุปตาร์

ดังนั้นธุรกิจจึงควรทำวิจัยตลาดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ตามโจทย์ของลูกค้า แล้วสื่อสารแบรนด์ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มนั้น ๆ เราจะทำสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ดี ๆ ไปเพื่อใคร ถ้าเรายังไม่รู้จักลูกค้าที่ต้องการจะซื้อ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำ Market Research ที่จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์รู้ถึงปัญหาของลูกค้าว่าแต่ละช่วงอายุมีปัญหาผิวแบบไหน โดยถามจากกลุ่มตัวอย่างเป้าหมายโดยตรง วิธีนี้จะช่วยให้เรานำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ และผลิตสินค้าตรงใจกับลูกค้า ถ้าสินค้าของเราดีจริง ผู้ใช้จริงก็จะออกมารีวิวหรือบอกปากต่อปาก ซึ่งเป็นวิธีที่จริงใจและได้ผลมากที่สุด โดยไม่ต้องใช้ดาราหรือเสียเงินจ้างพรีเซนเตอร์ที่อาจไม่ได้ใช้สินค้าของเราจริง

2. สร้างลูกค้าต้นแบบ (Persona) ของแต่ละผลิตภัณฑ์แล้วสื่อสารด้วยบุคคลที่มีบุคลิกตามต้นแบบนั้น

การสื่อสารการตลาดที่ทรงพลังและเข้าถึงผู้คนได้ง่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ในหมวดสกินแคร์คือการใช้บุคคลในการนำเสนอ ซึ่งถ้าธุรกิจไม่มีงบเพียงพอในการใช้พรีเซนเตอร์ระดับซุปตาร์ ก็สามารถใช้คนธรรมดาที่มีบุคลิกหน้าตาดีและคาแร็กเตอร์ตรงกับ Persona ของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงบุคลิกของพรีเซนเตอร์กับตัวตนของลูกค้าที่ตรงกัน มีปัญหาเรื่องผิวใกล้เคียงกัน ต้องการการแก้ปัญหาด้วยผลิตภัณฑ์แบบเดียวกัน เกิดการจดจำแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ไม่แพ้ซุปตาร์ดังได้เลยทีเดียว ตลาดธุรกิจสกินแคร์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน การใช้พรีเซนเตอร์อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จทั้งหมดอีกต่อไป มีหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จได้โดยการรู้จักลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่ลึกซึ้งและมีการสื่อสารการตลาดที่ตรงกลุ่ม

Beauty Product

ข้อเสียของการใช้ซุปตาร์ในการโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์ Beauty Product

1. ชื่อเสียงที่ไม่สามารถควบคุมได้

คนดังสามารถประพฤติตัวไม่ดีได้ และการกระทำของพวกเขาอาจกลายเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้เช่นกัน เมื่อธุรกิจตัดสินใจเลือกพรีเซนเตอร์หรือจ้างซุปตาร์มาถ่ายโฆษณา นั่นหมายความว่าคุณฝากชื่อเสียงของแบรนด์ไว้กับตัวตนของซุปตาร์ที่จ้างมา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ หากซุปตาร์ที่จ้างเกิดไปพัวพันกับข่าวในแง่ลบ อาจทำให้กระทบกับภาพลักษณ์และยอดขายของธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น Subway ที่มีอัตราการเติบโตสูงในตลาดโลกจากการดึง Jared Fogle มาเป็นพรีเซนเตอร์ผู้ลดน้ำหนักด้วยการกินแซนวิชของแบรนด์ทุกวัน แต่เมื่อ Jared Fogle เกิดคดีอาญาร้ายแรง ภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยไม่มีสิ่งใดช่วยได้

2. แพงเกินไป แถมคนอาจจะจำได้แค่ซุปตาร์

รัศมีของคนดังสามารถบดบังชื่อเสียงของแบรนด์ได้ เพราะความนิยมของซุปตาร์มักมีฐานแฟนคลับ ธุรกิจอาจหวังว่าแฟนคลับของซุปตาร์จะมาซื้อสินค้าด้วย แต่ก็เสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าซุปตาร์คนนั้นรับเป็นพรีเซนเตอร์หลายแบรนด์พร้อมกัน คนอาจจำได้แค่หน้าซุปตาร์แต่จำแบรนด์ที่เขาทำงานด้วยไม่ได้เลย นอกจากนี้การจ้างซุปตาร์ระดับ Top 5 ของวงการ อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เสียเปล่า เพราะไม่มีการรับประกันว่ายอดขายหรือการจดจำแบรนด์จะดีขึ้นตามที่คาดหวังไว้

3. การเลือกซุปตาร์ที่จะมาร่วมงานกับแบรนด์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ต้องมีการกำหนดฐานแฟนคลับเหมือนกับการวิจัยหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ถูกต้อง Steve Olenski เขียนใน Forbes ว่าการโฆษณาของคนดังจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อคนดังคนนั้นกำลังโปรโมตสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความคล้ายคลึงกับภาพลักษณ์ของพวกเขา การใช้ใครสักคนนำเสนอสิ่งที่ไม่น่าสนใจสำหรับผู้ชมของพวกเขาเป็นการเสียเวลาและเงินไปเปล่า ๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณจะไม่เห็นนักกีฬาชื่อดังระดับโลกโปรโมทสินค้าความงามหรือเมคอัพ แม้ว่าสินค้านั้นจะผลิตมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่มีคาแรกเตอร์แบบเขาก็ตาม เพราะการตลาดคนดังที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายอาจได้ผลระดับหนึ่ง แต่ไม่มากพอจนคุ้มค่ากับทรัพยากรที่ลงแรงและใช้จ่ายไป

สำหรับธุรกิจสกินแคร์ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็กหรือใหญ่ Crowdabout ช่วยให้ธุรกิจของคุณได้มีโอกาสรู้จักลูกค้ามากขึ้น และช่วยสร้างลูกค้าต้นแบบเพื่อนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

แบรนด์เล็กควรทำการตลาด Beauty Product แบบไหนถ้าไม่มีงบจ้างซุปตาร์

ควรเน้นสื่อสารที่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับปัญหาของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และใช้ผู้นำเสนอที่มีบุคลิกตรงกับ Persona ของผลิตภัณฑ์ แทนที่จะพึ่งชื่อเสียงของคนดัง

ทำไมการจ้างซุปตาร์เป็นพรีเซนเตอร์ถึงมีความเสี่ยง

เพราะชื่อเสียงของแบรนด์จะผูกกับตัวตนของซุปตาร์โดยตรง หากซุปตาร์มีข่าวเสีย ภาพลักษณ์และยอดขายของแบรนด์อาจได้รับผลกระทบไปด้วย โดยที่แบรนด์ควบคุมไม่ได้เลย

Market Research ช่วยแบรนด์ Beauty Product เล็กแข่งกับแบรนด์ใหญ่ได้อย่างไร

ช่วยให้รู้ปัญหาผิวจริงของลูกค้าแต่ละกลุ่มอายุ นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และข้อความการตลาดให้ตรงจุดกว่าคู่แข่งที่สื่อสารแบบกว้าง ๆ ผ่านพรีเซนเตอร์ดัง

แหล่งอ้างอิง

อยากรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์คุณให้ลึกกว่านี้

Crowdabout ช่วยทำวิจัยตลาดและสร้างลูกค้าต้นแบบ (Persona) เพื่อวางกลยุทธ์การสื่อสารที่ตรงกลุ่ม

ปรึกษาฟรี ผ่าน LINE @Crowdabout

Facebook
Email
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรณีศึกษา วิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ รุ่นใหม่ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์

กรณีศึกษา: วิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ รุ่นต่อไปของแบรนด์มอเตอร์ไซค์

ยอดขายตกเพราะอะไร กรณีศึกษา Brand Health Check

กรณีศึกษา: ยอดขายตกเพราะอะไร แบรนด์อาหารเสริมหาคำตอบได้อย่างไร

Brand Audit คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และควรทำตอนไหน

Brand Audit คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และควรทำตอนไหน

Crowdabout ราคาเท่าไหร่ และควรเลือกบริการวิจัยแบบไหน

Feasibility Study มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร และควรจ้างใครทำ

Feasibility Study มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร และควรจ้างใครทำ

Concept Test คืออะไร และทดสอบแนวคิดสินค้าก่อนวางขายอย่างไร

Concept Test คืออะไร และทดสอบแนวคิดสินค้าก่อนวางขายอย่างไร

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ

เล่าโจทย์ให้เราฟัง เราจะออกแบบงานวิจัยที่ตอบเป้าหมายธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ