
ทำไมงบประมาณการตลาดจึงสำคัญต่อธุรกิจทุกขนาด?
งบประมาณการตลาด (Marketing Expenses/Budget) เป็นส่วนสำคัญของทุกองค์กรที่ต้องการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจขนาดใหญ่, SMEs หรือ Startup การจัดสรร งบการตลาด (Marketing Budget) อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและลดความเสี่ยงในการลงทุนผิดพลาด
งบประมาณการตลาด (Marketing Expenses/Budget) เป็นส่วนสำคัญของทุกองค์กรที่ต้องการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจขนาดใหญ่, SMEs หรือ Startup การจัดสรร งบการตลาด (Marketing Budget) อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและลดความเสี่ยงในการลงทุนผิดพลาด
การวางแผน งบวิจัยตลาด (Budget for Market Research) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หลายองค์กรมองข้าม ทั้งที่การเข้าใจตลาดและพฤติกรรมลูกค้าเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ หากไม่มีการศึกษาตลาดที่ดี องค์กรอาจใช้ งบประมาณการตลาด ไปกับช่องทางที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
การแบ่งงบประมาณการตลาดให้เหมาะสม
โดยทั่วไป งบการตลาด จะถูกจัดสรรให้กับ 5 หมวดหลัก ได้แก่ (ที่มา)
- งบโฆษณา (Advertising Budget) สำหรับการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์
เช่น Facebook Ads, Google Ads, TikTok Ads, โฆษณาบนสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และป้ายบิลบอร์ด - งบประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย (PR & Promotion Budget) ครอบคลุมกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ เช่น การจัดอีเวนต์และสปอนเซอร์, แคมเปญแจกของรางวัลและส่วนลด
- งบผลิตสื่อการตลาด (Marketing Content Budget) ลงทุนในการสร้างเนื้อหาในช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น วิดีโอรีวิวสินค้า บทความ SEO เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเว็บไซต์
- งบโปรโมทสินค้า (Product Promotion Budget) ใช้สำหรับแคมเปญลดราคาหรือการทำตลาดช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
- งบวิจัยตลาด (Market Research Budget) ใช้สำหรับศึกษาพฤติกรรมลูกค้า วิเคราะห์คู่แข่ง และวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด

งบการวิจัยตลาด ที่มักจะถูกลืม เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การตลาดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การทำวิจัยตลาดในองค์กรขนาดใหญ่โดยส่วนมากนั้นจะมีแผนกย่อยที่ดูแลเรื่องข้อมูลลูกค้า และข้อมูลด้านการตลาดโดยเฉพาะอยู่แล้ว จึงมักไม่มีปัญหาในเรื่องการได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการทำวิจัยตลาด แต่องค์กรธุรกิจระดับใหญ่รองลงมาอย่าง SMEs อาจจะไม่มีผู้ที่ดูแลเรื่องการวิจัยตลาดโดยตรง ทำให้งบการวิจัยตลาดอาจจะถูกลืมจัดสรรเอาไว้ในการกำหนดงบประมาณประจำปีของบริษัท
แม้ว่าหลายองค์กรจะให้ความสำคัญกับ งบการตลาด มากกว่า งบวิจัยตลาด แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตลาดที่ดีต้องอ้างอิงจากข้อมูลที่แม่นยำ การกำหนด งบประมาณการตลาด โดยไม่มีข้อมูลสนับสนุนอาจทำให้ธุรกิจสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
📌 ประโยชน์ของงบวิจัยตลาด:
✅ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง
✅ คาดการณ์แนวโน้มตลาดล่วงหน้า
✅ ปรับกลยุทธ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
✅ ลดความเสี่ยงในการลงทุนด้านการตลาด
ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักกัน งบวิจัยตลาด ประมาณ 5-15% ของงบการตลาดทั้งหมด ซึ่งช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำและทันต่อเหตุการณ์
วิธีจัดสรรงบวิจัยตลาดให้คุ้มค่าที่สุด
การใช้ งบวิจัยตลาด อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ธุรกิจได้รับข้อมูลเชิงลึกโดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก (ที่มา)
1. ใช้แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ก่อนว่าจ้างบริษัทวิจัยตลาด ก่อนจะลงทุนจ้างบริษัทวิจัยตลาด ควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่มีอยู่แล้ว เช่น
- Google Trends
- รายงานการตลาดจากภาครัฐและองค์กรเอกชน
- ข้อมูลจากลูกค้าปัจจุบัน
2. กำหนดเป้าหมายของการวิจัยตลาด ควรตั้งคำถามที่ชัดเจน เช่น
- ลูกค้าของเรามีปัญหาอะไร?
- คู่แข่งกำลังใช้กลยุทธ์แบบไหน?
- มีช่องว่างทางการตลาดที่เราสามารถเจาะเข้าไปได้หรือไม่?
3. เลือกวิธีการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม (ขึ้นอยู่กับงบประมาณและลักษณะธุรกิจ) เช่น
- แบบสอบถามออนไลน์ (Low Cost)
- การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview)
- การทดสอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเผชิญกับภาวะยอดขายตกต่ำหรือการเปลี่ยนแปลงของตลาด วิจัยตลาดสามารถ
กำหนดงบตามขนาดของปัญหา
- หากยอดขายลดลง 30% ในเดือนที่ผ่านมา อาจกันงบ 10% ของยอดขายที่หายไป เพื่อลงทุนในการศึกษาสาเหตุ เช่น
- สำรวจพฤติกรรมลูกค้า – ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้คู่แข่งหรือไม่?
- วิเคราะห์คู่แข่ง – คู่แข่งใช้กลยุทธ์การตลาดอะไร?
- ทดสอบแนวทางใหม่ – ปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นหรือช่องทางการขายให้เหมาะสม
จัดสรรงบเป็นขั้นตอนตามกระบวนการแก้ปัญหา
✅ 1. ตั้งงบตามงบประมาณรวมของบริษัท
กำหนดสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ตัวอย่างเช่น หาก งบประมาณการตลาด ทั้งหมดอยู่ที่ 250,000 บาท ควรจัดสรร งบวิจัยตลาด ประมาณ 5-15% ของงบนี้
✅ 2. ศึกษาข้อมูลฟรีก่อนตัดสินใจลงทุน
ก่อนจ้างบริษัทวิจัยตลาด ควรใช้แหล่งข้อมูลฟรี เช่น:
- Google Trends – สำรวจแนวโน้มการค้นหาของลูกค้า
- รายงานตลาดจากหน่วยงานรัฐและเอกชน – เช่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หรือสำนักงานสถิติแห่งชาติ
- ข้อมูลจากลูกค้าปัจจุบัน – ผ่านแบบสอบถามหรือการสำรวจออนไลน์
✅ 3. ระบุเป้าหมายของการวิจัยตลาดให้ชัดเจน
เพื่อป้องกันงบประมาณรั่วไหล ต้องตั้งคำถามที่ตรงจุด เช่น
- อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจ?
- มีตลาดใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าไปหรือไม่?
- กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์เปลี่ยนไปหรือไม่?
✅ 4. เลือกบริการวิจัยตลาดที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับงบประมาณ
ปัจจุบันมีบริการวิจัยตลาดหลายระดับ ตั้งแต่บริษัทระดับโลกที่ใช้งบหลักล้าน ไปจนถึงบริการแบบปรับแต่งเฉพาะที่ใช้งบเพียงหลักหมื่น
💡 ตัวเลือกการจ้างบริษัทวิจัยตลาดตามงบประมาณ:
งบต่ำ (10,000 – 50,000 บาท) – บริการสำรวจความคิดเห็นลูกค้าผ่านแบบสอบถามหรือวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่
งบกลาง (50,000 – 500,000 บาท) – บริษัทในประเทศที่ให้บริการสำรวจตลาดและวิเคราะห์ข้อมูล
งบสูง (500,000 – 5,000,000 บาท) – บริษัทระดับโลก ให้ข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ขั้นสูง
Crowdabout: โซลูชันการตลาดและการวิจัยตลาดสำหรับทุกธุรกิจ
หากคุณต้องการ ปรับกลยุทธ์การตลาด หรือ วางแผนงบประมาณการตลาด อย่างมีประสิทธิภาพ Crowdabout เป็นบริษัทที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดสรร งบการตลาด และ งบวิจัยตลาด ได้ตรงจุด โดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูง
📌 สนใจวิเคราะห์ตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย?
📩 ติดต่อ Crowdabout เพื่อขอคำปรึกษาฟรี