ตลาด Food Delivery ไทย: พฤติกรรมผู้บริโภคและสถิติที่ธุรกิจต้องรู้

ตลาด Food Delivery ไทย แพลตฟอร์มส่งอาหารยอดนิยมใน Q1 ปี 2565 พนักงานส่งอาหารขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมกล่องส่งอาหาร

Table of Contents

ตลาด food delivery ไทย เป็นหนึ่งในธุรกิจที่แข่งขันสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วที่สุด ข้อมูลจากการสำรวจของ Crowdabout ด้านล่างนี้สรุปให้เห็นว่าผู้บริโภคเลือกใช้แพลตฟอร์มไหนบ้าง และเพราะอะไร

ตลาด food delivery ไทย คืออะไร

ตลาด food delivery ไทย คือกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันแล้วจัดส่งถึงมือลูกค้า มีผู้เล่นหลักอย่าง Grabfood, Lineman และ Foodpanda แข่งขันกันด้วยโปรโมชันและความเร็วในการจัดส่ง

ธุรกิจ Food Delivery ในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะการ สั่งอาหารออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะความสะดวกสบายหรือผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้แพลตฟอร์มอย่าง Grabfood, Lineman, และ Foodpanda กลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีและข้อมูล (Data Analytics) ในอุตสาหกรรม Food Delivery ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าและวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการออกโปรโมชั่น การปรับราคา หรือการเลือกทำเลที่เหมาะสมสำหรับร้านค้า นี่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับ ร้านอาหารและผู้ประกอบการ ที่ต้องการเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า

สำหรับผู้ที่ต้องการ เข้าใจตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคในอุตสาหกรรม Food Delivery อย่างลึกซึ้ง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและรับคำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ได้ที่ Crowdabout ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถช่วยธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง

สถิติ Food Delivery: แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม

Crowdabout ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับ Food Delivery Platform ในกลุ่ม Gen Z และ Gen Y (อายุ 18 – 40 ปี) จำนวน 3,000 คนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน 2565 เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของตลาด food delivery ไทย

จากผลการสำรวจพบว่า Grabfood ยังคงเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในการเลือกใช้งานมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปีคิดเป็น 32% ตามมาด้วย Lineman 27% และ Foodpanda 23% ตามลำดับ

Food Delivery Platform ที่ใช้บ่อยที่สุด: Grabfood 32% Lineman 27% Foodpanda 23% Shopee Food 10% Robinhood 5%

โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลือกใช้แพลตฟอร์ม คือ

  • โปรโมชั่น คูปองส่วนลด (39%):
    ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการได้รับโปรโมชั่นหรือโค้ดส่วนลด ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสั่งอาหาร และกระตุ้นให้เกิดการใช้บริการซ้ำ โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญพิเศษ เช่น ลดราคาสำหรับลูกค้าใหม่ หรือโปรโมชั่นส่งฟรี
  • ช่องทางการชำระเงินหลากหลาย (31.5%):
    แพลตฟอร์มที่รองรับหลายวิธีการชำระเงิน เช่น บัตรเครดิต, e-Wallet, QR Code และเก็บเงินปลายทาง ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากช่วยให้ลูกค้าสะดวกขึ้น
  • มีสมาชิกกับแพลตฟอร์มอยู่แล้ว (11.5%):
    ลูกค้ามักเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีบัญชีอยู่แล้ว เนื่องจากสามารถสะสมแต้ม แลกของรางวัล หรือได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
  • สามารถใช้ร่วมกับโครงการรัฐ (11%):
    การสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ เช่น คนละครึ่ง ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ร่วมรายการ
  • ร้านมีขายเฉพาะบน Platform นี้ (7%):
    บางร้านอาหารเลือกขายเฉพาะบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เช่น Exclusive Restaurant ทำให้ลูกค้าจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มนั้นเพื่อสั่งอาหาร
เหตุผลที่เลือกใช้ Food Delivery Platform: คูปองหรือส่วนลด 39% จ่ายได้หลายช่องทาง 31.5% มีสมาชิกอยู่แล้ว 11.5%

นอกจากนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสั่งอาหารออนไลน์ประมาณ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ 12.00 – 14.00 น. รองลงมาคือช่วง 10.00-12.00 น.  ซึ่งเป็นช่วงกลางวัน

ความถี่ใช้ Food Delivery Platform ใน 1 สัปดาห์: 60% ใช้ 1-3 ครั้ง 15% ใช้ 4-6 ครั้ง 19% ไม่ได้ใช้เลย
ช่วงเวลายอดนิยมสั่ง Food Delivery Platform: 12.00-14.00 น. ราว 40% 10.00-12.00 น. ราว 20% 14.00-16.00 น. ราว 14%

🔗 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิจัยตลาดในอุตสาหกรรมอาหาร:
Market Research in Food Industry

ธุรกิจ Food Delivery กับการปรับตัวของร้านอาหาร

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ร้านอาหารต้องปรับกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าในตลาด food delivery ไทย เช่น การเข้าร่วมแพลตฟอร์ม Food Delivery Platform หรือสร้างจุดขายที่แตกต่าง

ตัวอย่างเช่น
เจ้าของธุรกิจบางรายที่ไม่มีหน้าร้าน กลับสามารถสร้างรายได้สูงถึง 60,000 บาทต่อเดือน จากการทำครอฟเฟิลภายในครัวคอนโด ในขณะที่ร้านอาหารบางแห่งอาจพบว่าการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม ฟู้ดเดลิเวอรี อาจไม่เหมาะกับ Branding หรือ Positioning ของร้าน

📌 กลยุทธ์ที่ร้านอาหารนำมาใช้:

  • ขยายช่องทางการขายผ่าน Social Media:
    ร้านอาหารจำนวนมากเริ่มใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ LINE Official Account เพื่อโปรโมตเมนูพิเศษ ดึงดูดลูกค้าผ่านโฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และใช้ Live Streaming เพื่อแนะนำเมนูใหม่และสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า
  • พัฒนาเมนูที่เหมาะกับการเดลิเวอรี:
    ร้านอาหารเริ่มออกแบบเมนูที่สามารถรักษาคุณภาพได้ดีระหว่างการจัดส่ง เช่น เมนูที่ไม่ต้องอุ่นซ้ำ, อาหารที่บรรจุในภาชนะรักษาความร้อน หรือ อาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ช่วยลดความเสียหายระหว่างขนส่ง
  • ใช้ Data Analytics วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า:
    ร้านอาหารนำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เช่น เมนูที่ขายดีที่สุดในช่วงเวลาต่างๆ หรือข้อมูลลูกค้าที่สั่งซ้ำ เพื่อออกแบบโปรโมชั่นเฉพาะบุคคลและปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสม
  • ร่วมมือกับแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มการมองเห็น:
    บางร้านเลือกเป็น ร้านแนะนำ (Featured Restaurant) บนแพลตฟอร์ม Grabfood, Lineman หรือ Foodpanda เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย หรือใช้ โปรส่งฟรี (Free Delivery Program) เพื่อกระตุ้นยอดขาย

📌 แนวโน้มอนาคตของธุรกิจ Food Delivery:

  • AI และระบบอัตโนมัติ:
    AI จะถูกนำมาใช้มากขึ้นใน การแนะนำเมนูอัจฉริยะ (Smart Menu Recommendation), การจัดการสต็อกวัตถุดิบอัตโนมัติ และ การคาดการณ์แนวโน้มยอดขาย ทำให้ธุรกิจสามารถวางแผนล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น
  • ความยั่งยืน:
    ธุรกิจเดลิเวอรีเริ่มให้ความสำคัญกับ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น กล่องอาหารย่อยสลายได้ หรือ ถุงกระดาษรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และบางแพลตฟอร์มเริ่มให้ลูกค้าเลือก “งดช้อนส้อมพลาสติก” เพื่อลดขยะ
  • การขยายสู่ต่างจังหวัด:
    ก่อนหน้านี้ Food Delivery เติบโตในเมืองใหญ่เป็นหลัก แต่ขณะนี้แพลตฟอร์มเริ่มขยายการให้บริการไปยัง หัวเมืองรองและพื้นที่ชนบท เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร้านอาหารขนาดเล็กสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น

🔗 ศึกษากรณีศึกษาร้านอาหารขนาดเล็กที่ปรับตัวสำเร็จในยุค Food Delivery:
SCB Success Story: ปรับตัวเร็วแบบร้านอาหารเล็ก

Crowdabout: ผู้ช่วยธุรกิจ Food Delivery ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

Crowdabout ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาด food delivery ไทย ผ่านการวิจัยข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ด้วย ข้อมูลที่แม่นยำ และ กลยุทธ์ที่ปรับใช้ได้จริง เราช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง

บริการของเรา:

  • วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค: ศึกษาแนวโน้มตลาดและวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมาย เช่น ประเภทอาหารที่ชื่นชอบ แพลตฟอร์มที่ชื่นชอบ
  • กำหนดกลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่น: ช่วยวางแผนโปรโมชัน กระตุ้นยอดขาย และเพิ่มความภักดีของลูกค้าโดยอิงจากข้อมูลจริง
  • ให้คำแนะนำการตลาดสำหรับธุรกิจ Food Delivery: แนะนำวิธีการขยายตลาด ปรับกลยุทธ์การโฆษณา เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

ตลาด food delivery ไทยแข่งขันด้วยเรื่องอะไรเป็นหลัก

โปรโมชันส่วนลด ความเร็วในการจัดส่ง และความหลากหลายของร้านค้าบนแพลตฟอร์ม

ร้านอาหารควรเลือกใช้แพลตฟอร์ม food delivery กี่เจ้า

ขึ้นกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและงบโปรโมชัน ร้านส่วนใหญ่เลือกอยู่ 2-3 แพลตฟอร์มเพื่อกระจายความเสี่ยง

ทำไมข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคถึงสำคัญกับธุรกิจ food delivery

เพราะช่วยให้ร้านค้าปรับเมนู ราคา และโปรโมชันให้ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าเลือกซื้อจริง แทนการเดา

อยากเข้าใจตลาด Food Delivery ให้ลึกกว่านี้

Crowdabout ช่วยสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคและวิเคราะห์คู่แข่งในตลาด Food Delivery ให้ธุรกิจของคุณตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

ปรึกษาฟรี ผ่าน LINE @Crowdabout

Facebook
Email
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

สำรวจตลาดก่อนเปิดสาขา ต้องดูอะไรบ้าง และเลือกทำเลอย่างไร

Social Listening คืออะไร ได้ข้อมูลอะไร ต่างจาก Survey อย่างไร

Customer Segmentation คืออะไร และแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างไร

Brand Awareness คืออะไร และวัดอย่างไรให้ได้ตัวเลขจริง

Brand Awareness คืออะไร และวัดอย่างไรให้ได้ตัวเลขจริง

Market Size คืออะไร และวิธีคำนวณขนาดตลาด ด้วย TAM SAM SOM

Market Size คืออะไร และวิธีคำนวณขนาดตลาด ด้วย TAM SAM SOM

ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) เปลี่ยนแบรนด์ง่ายแค่ไหน

ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ผู้บริโภคเปลี่ยนแบรนด์ง่ายแค่ไหน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ

เล่าโจทย์ให้เราฟัง เราจะออกแบบงานวิจัยที่ตอบเป้าหมายธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ