fbpx

ครีมซอง

 

The Challenge: ปัญหาที่พบ

ลูกค้าของเราที่เป็นผู้ผลิต Skincare รายใหญ่ของประเทศ ต้องการคำแนะนำว่าควรจะเดินหน้าผลิตครีมซองต่อไปหรือไม่ เนื่องจากยอดขายสินค้าลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ต้องจ่ายเพื่อพยุงยอดขายที่สูงขึ้น แต่เมื่อมาดูกำไรต่อชิ้นของครีมซอง ก็ยังนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้มากอยู่ ปัญหาคิดไม่ตกนี้เกิดกับผู้ผลิตครีมซองส่วนใหญ่ รวมถึงผู้เล่นรายใหม่ที่กำลังคิดอยากเข้ามาเล่นในตลาดครีมซองด้วย

#Crowdabout จึงได้รวบรวม 4 เรื่อง ที่แบรนด์ควรรู้ ก่อนตัดสินใจผลิตครีมซองมาให้อ่านกัน เพื่อจะได้นำไปพิจารณาต่อว่าหากต้องการผลิตครีมซองแล้ว ควรจะมีกลยุทธ์แบบใดให้อยู่รอดในตลาดนี้

1. ครีมซอง ต้องกำหนดกลุ่มลูกค้าของคุณให้ชัด

ก่อนที่จะเริ่มผลิต คุณต้องมองเห็นภาพของลูกค้าของคุณให้ชัดก่อน ว่าคุณทำสินค้านั้นมาเพื่ออะไร ให้ลูกค้าใช้ในโอกาสใด ลูกค้าจะมาซื้อด้วยอารมณ์แบบใด เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว จะทำให้คุณสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำการตลาด และช่องทางการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หากคุณต้องการทำครีมกันแดดแบบครีมซอง การวางขายในร้านสะดวกซื้อตามเมืองท่องเที่ยวตากอากาศ แทนที่จะวางในร้านในเมืองก็ดูจะเป็นกลยุทธ์ในการเจาะกลุ่มลูกค้าที่น่าสนใจ เพราะค่าชั้นวางถูกกว่า คู่แข่งน้อยกว่า และลูกค้ามีความจำเป็นต้องซื้อในขณะนั้น ๆ

ครีมซองเซเว่น
ครีมซองเซเว่น

2. ครีมซอง ต้องเลือกผลิตเพื่อลูกค้าเพียงกลุ่มเดียว

เราได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเห็นต่อครีมซองในกลุ่มลูกค้าที่กว้างและแตกต่างกัน ทั้งเรื่องของอายุ เพศและรายได้ เป็นจำนวนทั้งหมด 14 กลุ่ม พบว่ามากกว่า 90% เคยซื้อครีมซองมาก่อน ทำให้เรารู้ว่าครีมซองก็ยังเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในคนทุกช่วงอายุ นอกจากนี้ เรายังพบว่า จากคนทั้งหมด 14 กลุ่ม เมื่อแบ่งออกมาแล้ว พบว่ามีเพียง 3 กลุ่ม ที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักของครีมซอง ได้แก่ ผู้ชายทั่วไป (18-25 ปี) ผู้หญิงที่ชอบลองสินค้า (อายุประมาณ 13-25 ปี) และผู้หญิงที่ซื้อของยาก (อายุประมาณ 18-35 ปี)

ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีแรงจูงใจในการซื้อที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แบรนด์ไม่สามารถที่จะจับลูกค้าทุกกลุ่มได้ในเวลาเดียวกัน จากการศึกษาตลาด เราเห็นความพยายามที่ล้มเหลวของแบรนด์ ที่พยายามทำเช่นนั้นมามากมาย จนมั่นใจได้ว่าไม่ใช่หนทางที่ควรไป ดังนั้นแบรนด์จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับพฤติกรรมและความชอบของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ตัดสินใจให้ชัดเจนว่าต้องการขายสินค้าให้กับลูกค้าในกลุ่มใด และวางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดกับช่องทางในการโปรโมทสินค้าให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม

กลุ่มลูกค้าผู้ชายทั่วไป เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ทำการศึกษาสินค้าก่อนซื้อ และมักเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ดังจากเมืองนอก เพราะคิดว่าคุณภาพสินค้าสูงกว่าแบรนด์ไทย แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะใช้แบรนด์ไทยเมื่อคนใกล้ตัวแนะนำ เราพบว่าครีมซองที่จะขายผู้ชายได้ คือครีมที่จั่วหัวว่าทำมาสำหรับผู้ชายโดนเฉพาะ (For Men) ซึ่งนอกจากนี้ คุณสมบัติที่ผู้ชายมักชอบคือ คุณสมบัติช่วยลดความมันบนใบหน้า และดูแลปัญหาสิว และเพื่อเพิ่มโอกาสซื้อซ้ำในกลุ่มผู้ชาย เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ต้องไม่เหนียวเหนอะหนะและซึมซาบเร็ว นอกจากจะทำให้ผู้ชายชอบและซื้อซ้ำ จะเพิ่มโอกาสการทดลองสินค้าตัวอื่น ๆ ในแบรนด์เดียวกันอีกด้วย

กลุ่มผู้หญิงที่ชอบลองสินค้า ส่วนใหญ่คือผู้หญิงในวัยรุ่น ที่จะชอบ “การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ” และ “ความท้าทาย” ลูกค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างเปิดใจให้กับแบรนด์ใหม่ ๆ แทนที่จะยึดที่กับแบรนด์เดิม ๆ เพื่อที่จะดึงดูดคนเหล่านี้ แบรนด์จะต้องพยายามผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น เช่น ส่วนผสมหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างและน่าสนใจ นอกจากนี้ลูกค้ากลุ่มนี้มักจะเปิดใจซื้อสินค้าใหม่ ๆ หลังจากเห็นรีวิวในออนไลน์อย่าง Twitter 

กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มผู้หญิงที่ซื้อของยาก คนกลุ่มนี้ส่วนมากคือผู้หญิงอายุ 23 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้สูงกว่า กลุ่มนี้มักจะคิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อสินค้า แต่ก็พร้อมที่จะจ่ายเงินมากในการซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการรีวิวที่น่าเชื่อถือมากมายเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งจะต้องมาจากคนที่ลูกค้าเชื่อถือเท่านั้น เช่น influencers ใน Facebook Youtube คนรู้จักหรือเพื่อนของลูกค้า ดังนั้นการทำ marketing ให้คนกลุ่มนี้ซื้อจึงเป็นการลงทุนที่สูงกว่าคนในกลุ่มอื่น ๆ  

3. ครีมซอง ต้องรู้ก่อนว่ากำลังแข่งกับใคร

ในตลาดที่กว้างและหลากหลายอย่างตลาดครีมซอง คุณไม่ได้แข่งกับทุกคนในตลาด แต่คุณแข่งกับแบรนด์ที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับคุณเท่านั้น อย่างหนึ่งที่แบรนด์ต้องรู้คือคุณอยู่ตำแหน่งไหนในตลาด เพื่อให้คุณรู้ว่าคุณกำลังแข่งกับใคร

ตลาดครีมซองมีการแบ่งออกเป็น 3 ตลาดหลัก คือ แบรนด์ดังจากเมืองนอก แบรนด์ไทยขนาดกลาง และ แบรนด์ไทยขนาดเล็ก แต่ละตำแหน่งนั้นก็ดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ในมุมของลูกค้าแล้ว จะมีการมองสินค้าแต่ละตัวในเรื่องของ “ความเสี่ยง” และ “ความคาดหวังต่อผลลัพธ์”

แบรนด์ดังจากเมืองนอก มักจะมีความเสี่ยงต่ำ คือ ใช้แล้วน่าจะไม่แพ้ หน้าไม่พัง แต่ผลลัพธ์ที่คาดหวังก็ไม่น่าดีมาก ไม่โดดเด่นขนาดนั้น ในขณะที่แบรนด์ไทยขนาดเล็ก ที่มีความเสี่ยงสูงว่าหน้าจะพังไหม แต่ลูกค้าก็แอบหวังว่าอาจจะได้ค้นพบ “ขุมทรัพย์” หรือ “ไอเทมลับ” ที่ทั้งดี ทั้งถูกก็ได้

ครีมซอง
ครีมซอง

4. อยากขายได้ต้องเด่นสุดในชั้น

เพื่อที่จะแข่งกับคู่แข่งในเชลฟ์ตามร้านสะดวกซื้อ Packaging เป็นสิ่งหนึ่งที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญ แบรนด์ควรที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เด่น และสะดุดตาเ มื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ บนเชลฟ์ที่มีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นับร้อยวางเรียงอยู่ นอกจากนี้แบรนด์ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของภาพลักษณ์แบรนด์ สีของแพคเกจจิ้ง และ ข้อความที่ต้องการส่งถึงกลุ่มลูกค้า

นอกเหนือจากหน้าตา Packaging ที่ต้องโดดเด่นแล้ว ตำแหน่งการวางสินค้าบนเชลฟ์ก็สำคัญ การวางสินค้าไว้ในระดับสายตาของกลุ่มลูกค้าผู้หญิง จะทำให้สังเกตุเห็นสินค้าของแบรนด์ได้ง่าย นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังสามารถที่จะทำการตลาดอื่น ๆ ควบด้วยเพื่อโปรโมทสินค้า เช่น ป้ายโฆษณาที่ติดไว้บริเวณเชลฟ์ (Shelf Talker) 

ครีมซอง
ครีมซอง

 

สนใจบริการวิจัยตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ ติดต่อได้ที่
✅LINE: https://line.me/R/ti/p/~@crowdabout
💬FB Messenger: @crowdabout
✉️Email: crowdabout.io@gmail.com
📞Phone: 097-364-6592

บทความที่เกี่ยวข้อง

Crowdabout Case 8 ตลาดผู้สูงอายุ ตัวอย่างเคสงานวิจัยตลาด

Crowdabout Case ตลาดผู้สูงอายุ ตอนที่ 2 ธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุและ บ้านพักผู้สูงอายุ ในรูปแบบต่าง ๆ

Crowdabout Case ตลาดผู้สูงอายุ ตอนที่ 3 สินค้า ผู้สูงอายุ อุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุ อาหารเพื่อผู้สูงอายุ สกินแคร์เพื่อผู้สูงอายุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น