fbpx

สกินแคร์ น้ำมันกัญชง

แบรนด์สกินแคร์ จากเคสตัวอย่างงานวิจัยตลาดของ The Specialty Skincare ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ทางเลือกที่เป็นหนึ่งในลูกค้าของ Crowdabout ที่เราได้มีโอกาสเข้ามาช่วยทำ Market Research

สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือการค้นหา Target Persona ลูกค้าต้นแบบของสินค้า ว่าควรจะมี Profile แบบไหน พร้อมทั้งให้เราช่วยวิเคราะห์แนวทางการสื่อสารการตลาดที่เหมาะสมกับแบรนด์

  1. Target Persona Validation and Recommendation
  2. Product Category Recommendation
  3. Basic Marketing Recommendation
  4. Product’s Value Proposition
  5. Brand’s Value Proposition
  6. Appropriate Price for Market Entry

Assumption on demographics

  • กลุ่มลูกค้าที่อยู่ในช่วยอายุ 25-45 ปี
  • ผู้หญิงและลูกค้ากลุ่ม LGBTQ
  • รายรับอยู่ในช่วง 25K-50K
  • อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่

Target Persona Validation

  1. Late Gen Z (18-24 Years Old)/BKK And Vicinity/Women And LGBTQ+
    กลุ่มนักศึกษา โดยทั่วไปซื้อสกินแคร์ราคาประมาณ 500 – 1,500 บาทต่อชิ้น มีกําลังซื้อในระดับหนึ่ง ผิวดีอยู่แล้ว ด้วยวัยที่ยังเด็ก และชอบลองของใหม่ ไม่ค่อยคิดกังวลมาก ถ้ามีสินค้าใหม่น่าสนใจก็ตัดสินใจลองได้ไม่ยาก
  2. Early to Mid Gen Y (25- 35 Years Old)/BKK And Big Cities/Women And LGBTQ+
    กลุ่ม First Jobber – Mid career เริ่มซื้อสกินแคร์ที่ราคาแพงขึ้นได้ โดยทั่วไปมีรายได้อยู่ระหว่าง 800 – 3,000 บาท ผิวเริมมีปัญหา กระ ฝ้า ขาดความสมดุล หมองคลํ้า ไม่ชุ่มชื่น หรือมันเกินไป แม้จะมีกําลังซื้อมาก แต่ก็คิดกังวลเยอะ จึงมักจะยึดติดกับยี่ห้อที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เช่น สกินแคร์ตามเคาท์เตอร์แบรนด์ เปิดใจรับสินค้าใหม่ได้ค่อนข้างยาก
แบรนด์สกินแคร์

Final Recommendation สำหรับ แบรนด์สกินแคร์

กลุ่ม Target Customer ที่ควร Focus ไม่ใช่กลุ่มเดิม ที่วางไว้ (25-45 YO/Income 25K-50K) เสียทีเดียว กลุ่มที่เป็นไปได้ยาก และไม่แนะนํา คือกลุ่มคนอายุ 35+ เนื่องจากมักติดแบรนด์เดิม ๆ ไม่ค่อยเปิดใจลองของใหม่ และมีกําลังซื้อมาก จึงมักซื้อของที่ราคาแพง และมั่นใจ 100% ว่าจะได้ผลดี

กลุ่ม Target Customer ที่ควร Focus มากที่สุด

คือ กลุ่มนักศึกษา – First Jobber (18 – 24 YO)/อาศัยอยู่ในกรุงเทพ และปริมณฑล / ผู้หญิงและ LGBTQ+

  • เป็นกลุ่มที่มี Return/Investment On Influencer มากที่สุด คือเปิดใจรับผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมซื้อ พร้อมทดลองสินค้าใหม่ในราคาที่ค่อนข้างสูง (800 – 1500 บาท) ได้ไม่ยาก
  • ไม่กังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์มากเท่ากลุ่มอื่นๆ ที่มีกําลังซื้อเท่ากัน จึงเปิดใจกับแบรนด์ใหม่ๆ ได้ง่าย
  • เหมาะกับการใช้กลุ่มนี้เป็นฐานลูกค้าแรก และค่อยๆ สร้างฐานลูกค้าให้ใหญ่และกว้างขึ้น เพื่อเก็บลูกค้าในกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

กลุ่ม Target Customer ที่ควร Focus รองลงมา

คือ กลุ่ม First Jobber – Mid Career (25 – 35 YO)/อาศัยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล / ผู้หญิงและ LGBTQ+

  • ควรเริ่มทําตลาดกลุ่มนี้เมื่อเริ่มมีฐานลูกค้า และความน่าเชื่อถือมากแล้วในจํานวนหนึ่ง (มีรีวิวทั้งจาก Influencer และ Organic และเพจ FB, IG มี Follower อย่างน้อยในระดับ 1,000 คนขึ้นไป)
  • คิดเยอะ กังวลเยอะ ไม่อยากลองใช้แบรนด์ใหม่ ๆ ที่อาจจะไม่ดีเท่าแบรนด์เดิม
  • ไม่มีเวลามาก ดังนั้นจะไม่เสียเวลาทําความรู้จักกับแบรนด์ใหม่ ๆ มากนัก จะซื้อก็ต่อเมื่อได้ยินเกี่ยวกับแบรนด์และสินค้า จนรู้สึกว่าคุ้นเคย และเชื่อใจ

จาก Product Category ทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่

  1. Makeup Remover
  2. Toner
  3. Serum
  4. Essence/นํ้าตบ
  5. Moisturizers/ครีม
  6. Eye Cream
  7. Mask
  8. ครีมแต้มเฉพาะจุด เช่น แต้มสิว แต้มลดริวรอย
  9. Oil/น้ำมันบำรุงผิว
    Category ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Serum และ Essence/นํ้าตบ

คนส่วนใหญ่จะพูดถึงความเข้มข้นของสาร เพราะต้องการได้รับประโยชน์จากสารสกัดให้มากที่สุด และให้เห็นผลเร็วที่สุด แต่ก็มีความกังวลเรื่องความเหนียวเหนอะหนะ ซึมยาก อุดตัน ของความเป็น “นํ้ามัน” กัญชง

แม้ว่า ESSENCE/นํ้าตบ จะได้รับความนิยมมาก แต่เพราะยังมีคนจํานวนมากที่คิดว่าเป็น SKINCARE ใน STEP ที่ซํ้าซ้อนและไม่จำเป็น จึงอาจเป็นเหตุผลทําให้คนบางกลุ่มไม่ซื้อ

แนะนําว่าผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์ ควรเป็น Serum ที่เน้นความเข้มข้นของสาร
และเนื้อของผลิตภัณฑ์ที่ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทังกลางวันและกลางคืน

Opinions on Product Categories แบรนด์สกินแคร์

1. SEED SERUM (34% POPULARITY)
Target Customers เชื่อว่า Serum เป็นรูปแบบของ Skincare ที่ให้ความเข้มข้นของสารสกัดสูงสุด และ Serum เป็นหนึ่งใน Skincare ที่ใช้เป็นประจําทุกวัน (daily beauty routine) อยู่แล้ว จึงตัดสินใจเลือกซื้อได้ไม่ยาก

2. SEED ESSENCE (30% POPULARITY)
Target Customers มีความกังวลเรื่องความหนียว และซึมยากจากคําว่า “นํ้ามันกัญชง” จึงเลือกรูปแบบของ Skincare ที่ดูเหมือนว่าจะซึมง่ายที่สุดและไม่เหนียวเหนอะหนะ

3. SEED CREAM (12% POPULARITY)
Target Customers มองว่าครีม เป็น Skincare อีกรูปแบบหนึ่งที่จะสามารถให้ความเข้มข้นของสารสกัดได้มาก แต่เนื่องจากกังวลเรื่องความเหนียวและซึมยาก จึงอาจจะใช้ได้บ่อยไม่เท่า serum หรือ essence ที่ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น

Some quotes on Product

  • “ใช้ได้บ่อย คาดว่าจะเห็นผลเร็ว”
  • “เป็นสกินแคร์ที่ต้องใช้ประจําทุกวัน จึงสามารถเพิ่มเข้าไปใน Routine Skincare ของตัวเองได้”
  • “ปกติจะเปลี่ยนยี่ห้อเซรั่มบ่อยที่สุด”
  • “คิดว่าน่าจะเป็นตัวที่เหมาะกับคุณสมบัติของกัญชงมากที่สุด”
  • “ชอบสกินแคร์ 1 ตัว มี 1 สารแอคทีพ และชอบเนื้อบางเบา”
  • “ขั้นตอนเซรั่ม เป็นขั้นตอนที่หวังให้ Key Ingredient หลักอยู่ในขั้นตอนนี้”
  • “อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมได้ง่าย ไม่อุดตันหรือหนักผิว”
  • “ESSENCE หรือนํ้าตบเพิ่งมาฮิตช่วงหลัง ๆ เลยยังไม่มีตัวไหนใช้ประจํา เลยอยากลองตัวใหม่ไปเรื่อย ๆ “
  • “เดี๋ยวนี้คนฮิต ESSENCE หรือนํ้าตบมาก ๆ ถ้าทํามาน่าจะขายดีเลย”
  • “ถ้าเป็นแบบ ESSENCE จะช่วยให้ซึมง่าย ไม่เหนียว”
  • “ครีมกับเซรั่มเป็นสิ่งที่เราใช้บ่อยกว่าตัวเลือกอื่น ๆ ในชีวิตประจําวัน”
  • “ครีมเนื้อมันจะหนักจึงไว้ใช้ก่อนนอน ส่วนเซรั่มไว้ใช้กลางวันเพราะซึมง่ายกว่า เนื่องจากต้องแต่งหน้า”
  • “เซรั่มทําให้ซึมเข้าผิวได้ดี ครีมช่วยในเรื่องความชุ่มชื่น”
  • “น่าจะเข้ากันได้ดีกับส่วนผสมที่เป็นลักษณะนํ้ามัน และสามารถทาได้ตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น”
  • “ในรูทีนเราจะหวังส่วนผสมหลักจากครีมและเซรั่ม”

Product’s Value Proposition

1. ทําให้ผิวดู”มีสุขภาพดี”และ”สมดุล”
ผิวที่สวยงามในยุคสมัยนี่คือ ผิวที่มีสุขภาพดี คือผิวที่ชุ่มชื่นแบบพอดี มีความยืดหยุ่นแบบพอดี ไม่มีสิว ไม่มีริ้วรอย และมีความ”สมดุล” แบรนด์จะต้องดึงจุดเด่นของกัญชง ในการปรับผิวทุกประเภทให้กลับสู่สมดุล และสวยงามในแบบที่ผิวแต่ละประเภทควรจะเป็น

2. ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
เมื่อมีสารใหม่เข้ามาในตลาด ความกังวลแรกของผู้บริโภคคือ “กลัวแพ้” ดังนั้นผู้บริโภคจะยังไม่ลองใช้ จนกว่าจะมั่นใจว่าอ่อนโยนจริง หรือมีการยืนยันว่าทดสอบแล้วว่าจะไม่แพ้ สามารถใช้ได้แม้คนที่ผิวบอบบาง หรือมีการรีวิว โดย influencer ที่เข้าใจในเรื่องของส่วนประกอบในสกินแคร์แล้วว่าไม่มีสารใดที่จะก่อให้เกิดอาการแพ้

Brand’s Value Proposition

1. เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ กัญชง/กัญชา
คําว่ากัญชง/กัญชา มี marketing value ในตัวอยู่แล้ว ทุกคนเคยได้ยิน สนใจ อยากลอง แม้ว่าจะยังไม่ทราบเลยด้วยซํ้าว่าคุณสมบัติของสารคืออะไร การนําเอาสารสกัดจากกัญชงมาใช้จะเป็นจุดที่ดึงความแตกต่างของบริษัทออกมาแสดงได้ดีที่สุด ทั้งนี้สินค้าจะต้องผลิตออกมาเร็วเพียงพอ ไม่ออกมาตอนที่ผู้บริโภคได้เห็นผลิตภัณฑ์มากมายที่มีสารสกัดกัญชงแล้ว

2. วิจัยและควบคุมการผลิตโดยห้องแล็บที่มีคุณภาพ
มีหมอ เภสัชกร และผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังดูแล และทดสอบตลอดกระบวนการแก้ไขความกังวลอันดับ 1 ของผู้บริโภค ที่มักจะไม่มั่นใจว่าปลอดภัย และจะก่อให้เกิดอาการแพ้หรือไม่ นอกจากนี้การนําเสนอ value ของการทํางานโดยมีทีมแพทย์ และห้องแล็บที่มีอุปกรณ์ครบครันจะช่วยสร้างมูลค่าของแบรนด์ที่พึ่งเกิดใหม่ ให้น่าเชื่อถือ และให้ผู้บริโภคเชื่อมโยงชื่อแบรนด์ กับคําว่า “หมอ” + “ห้องแล็บ” ทําให้สินค้าอื่น ๆ ที่ออกตามมาจะได้รับความน่าเชื่อถือไปด้วย

3. คุณสมบัติในการ “รักษา”
ผู้บริโภคในตลาด Skincare ได้เห็นสารใหม่ ๆ ทั้งจากธรรมชาติและเคมีมามากมาย จนถึงจุดที่ไม่ค่อยตื่นเต้นกับสารใหม่ ๆ อีกต่อไป แต่กัญชง หรือ กัญชา เป็นสารที่ผู้บริโภคตื่นเต้น เพราะคุณสมบัติที่ ”ได้ยินมา” ว่าสามารถ “รักษา” โรคต่าง ๆ ได้เหมือนกับเป็นยาวิเศษดังนั้นจะต้องหาวิธีสื่อสาร value ในการรักษาผิว รักษาสิว รักษาอาการแพ้ หรืออาการอื่น ๆ ออกไปให้ผู้บริโภค “รู้สึก” โดยห้ามใช้คําว่า รักษา

4. ความโปร่งใส จริงใจกับผู้บริโภค
แบรนด์จะต้องวางพันธกิจของตัวเองว่า เป็นบริษัทที่นําเสนอเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดที่คัดสรรมาแล้ว ทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา นําเสนอแต่ความจริงทั้งหมด ทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงข้อควรระวังในการใช้ มีการบอกเล่าถึงกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อน ตั้งแต่การเลือกหาวัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต การทดสอบ เพื่อสร้าง “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” เพราะแบรนด์จะเป็นคนแรก ๆ ที่เริ่มออกมาให้ความรู้ให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับกัญชง ถ้าหากทําได้ดีในขั้นตอนนี้ ผู้บริโภคจะเชื่อมโยงแบรนด์ กับ กัญชง/กัญชา ทําให้ง่ายต่อการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต

Appropriate Price for market entry

แนะนําให้ขายที่ราคา 600 – 800 บาท (กว่า 80%) มองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (ไม่ถูกเกินไป) และสามารถตัดสินใจทดลองซื้อใช้ได้ไม่ยาก (ไม่แพงเกินไป)

ควรทําบรรจุภัณฑ์หลายขนาดในช่วงแรกของการเข้าตลาด แนะนําให้ทําผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กในราคาไม่เกิน 800 บาท ออกมาให้คนซื้อทดลองใช้ (ขั้นตํ่า 10ml) และให้มีผลิตภัณฑ์ขนาดปกติด้วย (35ml ขึ้นไป)

ไม่ควรเล่นโปรโมชั่นราคามากเกินไป หากต้องการจัดโปรโมชั่น ให้เป็นในลักษณะของการแถมผลิตภัณฑ์อื่น หรืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ skincare เช่น scrub, แปรง หรืออื่น ๆ หรือหากต้องการลดราคา ให้ลดราคาพร้อม “เหตุผล” ที่สมควร เช่นต้องการช่วยชาวสวน หรือผลผลิตล้นตลาด ไม่ควรใช้วีธีการลดราคาสินค้าตามเทศกาล

สนใจบริการวิจัยตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ ติดต่อได้ที่
✅LINE: https://line.me/R/ti/p/~@crowdabout
💬FB Messenger: @crowdabout
✉️Email: crowdabout.io@gmail.com
📞Phone: 097-364-6592

บทความที่เกี่ยวข้อง

Crowdabout Case 8 ตลาดผู้สูงอายุ ตัวอย่างเคสงานวิจัยตลาด

Crowdabout Case ตลาดผู้สูงอายุ ตอนที่ 2 ธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุและ บ้านพักผู้สูงอายุ ในรูปแบบต่าง ๆ

Crowdabout Case ตลาดผู้สูงอายุ ตอนที่ 3 สินค้า ผู้สูงอายุ อุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุ อาหารเพื่อผู้สูงอายุ สกินแคร์เพื่อผู้สูงอายุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น